มิลินทปัญหา วรรคที่ ๗ ปัญหาที่ ๑๐ ถามถึงการทำบาปแห่งผู้รู้กับผู้ไม่รู้

มิลินทปัญหา วรรคที่ ๗ ปัญหาที่ ๑๐ ถามถึงการทำบาปแห่งผู้รู้กับผู้ไม่รู้

“ ข้าแต่พระนาคเสน สมมุติว่ามีคน ๒ คน คนหนึ่งรู้จักบาป อีกคนหนึ่งไม่รู้จัก แต่กระทำบาปด้วยกันทั้งสองคน ข้างไหนจะได้บาปมากกว่ากัน ? ”
“ ขอถวายพระพร ข้างไม่รู้จักได้บาปมากกว่า ”
“ ข้าแต่พระนาคเสน ราชบุตรของโยมหรือราชมหาอำมาตย์คนใดรู้ แต่ทำผิดลงไปโยมลงโทษแก่ผู้นั้นเป็นทวีคูณ ”
“ ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทัยความข้อนี้อย่างไร…คือสมมุติว่ามีคน ๒ คน จับก้อนเหล็กแดงเหมือนกัน คนหนึ่งรู้ว่าเป็นก้อนเหล็กแดง อีกคนหนึ่งไม่รู้ คนไหนจะจับแรงกว่ากัน ? ”
“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า คนไม่รู้จับแรงกว่า ”
“ ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือผู้ไม่รู้บาปได้บาปมากกว่า”
“ ชอบแล้ว พระนาคเสน ”

แผนธุรกิจ กับ SMEs ตอน….ต้องวางแผนก่อนเขียนแผน

แผนธุรกิจ กับ SMEs ตอน….ต้องวางแผนก่อนเขียนแผน
ปัญหาประการหนึ่งของแผนธุรกิจที่พบเห็นได้ อยู่เสมอสำหรับผู้จัดทำแผนธุรกิจที่ขาดประสบการณ์ คือ ผู้อ่านใจแผนธุรกิจ

ปัญหาประการหนึ่งของแผนธุรกิจที่พบเห็นได้อยู่เสมอสำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้จัดทำแผนธุรกิจที่ขาดประสบการณ์ หรือมีความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการในการจัดทำแผนธุรกิจ เมื่อเป็นการนำเสนอต่อบุคคลภายนอก เช่น ธนาคารหรือสถาบันการเงิน หรือต่อหน่วยงานภายนอกที่ให้การสนับสนุนต่อผู้ประกอบการ คือเมื่อผู้อ่านแผนอ่านแผนธุรกิจที่นำเสนอมาจบลง

ความคิดหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นสำหรับผู้อ่านอยู่เสมอก็คือ “ธุรกิจนี้ไม่เห็นจะมีการวางแผนอะไรเลย” “คนเขียนเข้าใจหรือเปล่าว่าแผนธุรกิจคืออะไรถึงได้ส่งแผนแบบนี้มาให้” “เขาเข้าใจหรือเปล่าว่าทำไมที่นี่ต้องให้ทำแผนธุรกิจ” หรือถึงกระทั่ง “เสียเวลาจริงๆน่าจะไปดูแผนเล่มอื่นดีกว่า”

สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีที่มาจากการที่ผู้ประกอบการหรือผู้จัดทำแผนขาด “การวางแผน” ก่อนการเขียนแผนธุรกิจนั่นเอง โดยมักเข้าใจว่าถ้าเขียนแผนธุรกิจให้ครบถ้วนตามโครงสร้างแผนธุรกิจที่ได้รับจากหน่วยงาน หรือเขียนตามโครงสร้างแผนธุรกิจที่ได้รับการอบรมหรือศึกษามา หรือแม้แต่จากการคัดลอกแผนธุรกิจจากตัวอย่างที่มีการเผยแพร่ หรือจากแผนธุรกิจที่ได้รางวัลจากการแข่งขันต่างๆ ก็น่าจะเพียงพอ หรือใช้เป็นแผนธุรกิจที่สามารถนำเสนอหรือนำส่งได้แล้ว ซึ่งมักพบว่าแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นในลักษณะนี้มักประสบปัญหาขึ้น เมื่อผู้อ่านแผนได้อ่านและพิจารณาแผนแล้วเสร็จ ซึ่งมีสาเหตุจากการขาดการวางแผนก่อนการเขียนหรือจัดทำแผนนั่นเอง

ดังนั้นผู้เขียนจึงเห็นสมควรกล่าวถึง “การวางแผน” ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นก่อนการเขียนหรือจัดทำแผนธุรกิจ ที่ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อนำเสนอต่อบุคคลภายนอกหรือใช้ในธุรกิจของตนเองก็ตาม โดยหลักสำคัญใน “การวางแผน” ก่อนการเขียนแผนธุรกิจนี้มาจากคำถามง่ายๆ 3 ข้อก็คือ

1. เหตุผลในการจัดทำแผน?

2. ใครเป็นคนอ่านแผน?

3. รายละเอียดใดที่ต้องระบุไว้ในแผนธุรกิจ?

เหตุผลในการจัดทำแผน?

การเข้าใจถึงเหตุผลในการจัดทำแผนถือเป็นเรื่องแรก ที่ผู้จัดทำแผนต้องเข้าใจอย่างถูกต้อง เพราะมักพบอยู่เสมอว่าผู้ประกอบการหรือผู้จัดทำแผน มักรู้เพียงว่าต้องจัดทำแผนธุรกิจเนื่องจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน หรือจากหน่วยงานภายนอกขอให้มีการจัดทำขึ้น เพราะถือเป็นเอกสารสำคัญประกอบการขอรับการสนับสนุน และผู้ประกอบการที่ไม่มีความเข้าใจถึงเหตุผลในการจัดทำแผนนี้ ก็มักจะจัดทำแผนธุรกิจประเภท “เล่าสู่กันฟัง” คือเป็นแผนธุรกิจที่บอกรายละเอียดว่าธุรกิจของตนมีการดำเนินการอย่างไรในปัจจุบัน
หรือเป็นการเล่าเรื่องของธุรกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และอาจมีการเพื่มเติมเกี่ยวกับประมาณการล่วงหน้าด้านการเงิน จากโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่เป็นอยู่ เพื่อให้ครบตามโครงสร้างของแผนธุรกิจ

ซึ่งประเด็นดังกล่าวถ้าเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหรือเติบโตอยู่ ก็ดูจะไม่ใช่ปัญหาเท่าใดนัก เพราะหมายถึงการวางแผนดำเนินการของธุรกิจในปัจจุบัน ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพหรืออยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควร แต่ถ้าเป็นธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาอยู่ เช่น ขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผลกำไรลดลง ทำให้ต้องการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เมื่อผู้อ่านแผนได้อ่านแผนธุรกิจจบลงก็มักจะไม่เชื่อถือในแผนธุรกิจดังกล่าว ว่ามีความเป็นไปได้จริงตามที่ระบุ เพราะในสภาพปัจจุบันที่ธุรกิจดำเนินการอยู่นั้น แสดงว่าธุรกิจดำเนินการได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจึงเกิดปัญหาขึ้น ทำให้ต้องจัดทำแผนเพื่อขอรับการสนับสนุน

ดังนั้นการวางแผนว่าจะเขียนอะไรในแผนธุรกิจ จึงต้องเข้าใจถึงเหตุผลในการจัดทำก่อนว่าเขียนไปเพื่ออะไร เช่น ถ้าเขียนเพื่อการขอรับการสนับสนุนในการขยายกิจการ ก็จะต้องมีการวางแผนว่าจากเงินที่ได้นั้นธุรกิจจะเติบโตอย่างไร หรือถ้าเป็นการขอรับการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในธุรกิจ ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าจากเงินที่ได้รับนั้น จะแก้ปัญหาของธุรกิจที่เป็นอยู่ได้อย่างไร เป็นต้น ซึ่งการวางแผนเบื้องต้นก่อนการเขียนแผนธุรกิจโดยให้สอดคล้องกับเหตุผลในการจัดทำแผนธุรกิจขึ้นนี้ จะมีความสัมพันธ์กับผู้อ่านและวัตถุประสงค์ของข้อมูลต่างๆที่จะต้องแสดงหรือระบุไว้ในแผนธุรกิจอีกด้วย

ใครเป็นคนอ่านแผน?

การวางแผนในการจัดทำแผนธุรกิจให้เหมาะสมกับผู้อ่านถือเป็นสิ่งสำคัญต่อมา ที่ผู้จัดทำแผนต้องวางแผนให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับเหตุผลในการเขียน เพราะผู้อ่านแต่ละคนหรือแต่ละหน่วยงานจะมี “ความคาดหวัง” หรือ “สิ่งที่ต้องการทราบในแผนธุรกิจ” ที่แตกต่างกัน รวมถึงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวธุรกิจ หรือการดำเนินการของผู้ประกอบการที่อาจแตกต่างกันอีกด้วย

โดยถ้าเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินผู้อ่านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อ จะมีความคาดหวังว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอมานั้น ควรแสดงถึงรายละเอียดทั้งหมดของธุรกิจ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ สินค้าหรือบริการ กลยุทธ์ในการดำเนินการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านการผลิตหรือการให้บริการ และด้านการเงิน ซึ่งสามารถจะทำให้ธุรกิจแข่งขันได้กับธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ธุรกิจควรจะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด หรือมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะเป็นสิ่งที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินให้ความสำคัญ รวมถึงความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อให้เป็นไปตามกำหนดหรือข้อตกลงกับทางธนาคาร แม้ว่าจะมีหลักประกันที่ใช้ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อก็ตาม หรือถ้าเป็นด้านผู้ลงทุนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือกองทุนร่วมลงทุน สิ่งที่คาดหวังจะเป็นเรื่องของโอกาสหรือความเติบโตของธุรกิจ รวมถึงผลตอบแทนที่นักลงทุนหรือกองทุนร่วมลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในธุรกิจ ซึ่งต้องมีอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือเป็นไปตามความคาดหวังของผู้ลงทุน ถ้าเป็นผู้อ่านที่มา
จากหน่วยงานสนับสนุนที่มิใช่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน สิ่งที่คาดหวังก็จะเป็นเรื่องของการสนับสนุนจากหน่วยงานเหล่านี้จะเกิดผลอย่างไรกับธุรกิจ การสนับสนุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเงื่อนไขของหน่วยงานนั้นหรือไม่

ถ้าเป็นผู้อ่านซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาแผนธุรกิจในเชิงการแข่งขัน สิ่งที่คาดหวังในแผนธุรกิจรวมถึงการนำเสนอแผน ก็จะเป็นเรื่องของแนวความคิดใหม่ๆ หรือความคิดสร้างสรรค์ของธุรกิจ ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของธุรกิจ และโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงจากแนวความคิดใหม่นี้ โดยการพิจารณาด้านความเสี่ยงกับผลตอบแทนอาจเป็นประเด็นรองลงมา เมื่อเทียบกับผู้อ่านที่เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารหรือสถาบันการเงิน หรือผู้ลงทุนหรือเจ้าหน้าที่วิเคราะห์การร่วมลงทุน หรือถ้าเป็นการเขียนเพื่อใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจเอง ซึ่งผู้อ่านเป็นพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจ หรือสิ่งที่ตนเองดำเนินการอยู่เป็นอย่างดี สิ่งที่คาดหวังอาจเป็นเรื่องของการดำเนินการในแผนเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร หรือตนเองจะได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการตามแผน หรือเกิดผลกระทบอย่างไรกับตนเอง เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อผู้อ่านแผนธุรกิจต่างกัน สิ่งที่คาดหวังหรือสิ่งที่ต้องการทราบในแผนธุรกิจก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย แม้ว่าจะเป็นการอ่านจากแผนธุรกิจฉบับเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการวางแผนว่าจะเขียนแผนธุรกิจอย่างไร ให้ตรงกับสิ่งที่ผู้อ่านคาดหวังหรือต้องการทราบ จึงถือเป็นเรื่องที่ผู้จัดทำต้องวางแผนให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ความเข้าใจหรือทราบถึงว่าใครคือผู้อ่านแผนนั้น ยังมีความสัมพันธ์กับรายละเอียดที่จะระบุไว้ในแผนธุรกิจว่าจะแสดงข้อมูลอย่างไร อะไรเป็นสิ่งสำคัญหรือไม่สำคัญในแผน ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านแผนนั้นเข้าใจรายละเอียดที่ต้องการแสดงไว้ในแผนธุรกิจอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับเหตุผลในการจัดทำแผนธุรกิจอีกด้วย

รายละเอียดใดที่ต้องระบุไว้ในแผนธุรกิจ?

การแสดงรายละเอียดที่จะระบุไว้ในแผนธุรกิจ ถือเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหรือผู้จัดทำแผนต้องมีการวางแผนให้ถูกต้อง โดยรายละเอียดใดที่ต้องระบุนั้นจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเหตุผลในการจัดทำแผนและผู้อ่านแผน เนื่องจากเหตุผลที่แตกต่างกันรวมถึงความคาดหวังหรือสิ่งที่ต้องการทราบจากผู้อ่านที่แตกต่างกัน ทำให้แผนธุรกิจหนึ่งฉบับจากธุรกิจเดียวกัน อาจไม่สามารถใช้ได้กับทุกๆหน่วยงานหรือทุกๆวัตถุประสงค์ จากที่เคยได้กล่าวถึงมาก่อนหน้านี้แล้ว

โดยสิ่งสำคัญแรกและอาจถือได้ว่าจำเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของรายละเอียดที่ต้องระบุไว้ในแผนธุรกิจ และถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระบุไว้ในแผนธุรกิจไม่ว่าจะมีเหตุผลใด หรือใครจะเป็นผู้อ่านก็ตามคือ “แนวคิดธุรกิจ” (Business idea) เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าผู้ประกอบการหรือผู้จัดทำแผนธุรกิจนั้น มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจอย่างไร แต่กลับพบอยู่เสมอว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่จัดทำแผนธุรกิจนั้น มีการระบุหรือให้ความสำคัญเพียงแนวคิดเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการ เท่านั้น แต่กลับไม่มีแนวคิดด้านธุรกิจอย่างชัดเจนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ โดยแนวคิดด้านธุรกิจนี้จะเป็นคำตอบหรือจุดเริ่มต้นว่า ทำไมผู้ประกอบการจึงเลือกที่จะทำธุรกิจนี้โดยไม่เลือกที่จะทำธุรกิจอื่น ทำไมธุรกิจจึงจะสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆได้ ความเป็นไปได้ของโอกาสหรือความเจริญเติบโต หรือความอยู่รอดของธุรกิจมาจากไหน

โดยแนวคิดธุรกิจที่ดีนั้นจะเป็นตัวบ่งบอกถึงปัจจัยของความสำเร็จของธุรกิจ ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดธุรกิจนี้เป็นการยากที่จะระบุหรือมีกฎเกณฑ์ตายตัวที่แน่นอน หรือเป็นสูตรสำเร็จว่าถ้าธุรกิจดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวแล้วธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เนื่องจากแนวคิดธุรกิจจะมีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับองค์ประกอบต่างๆของธุรกิจ เช่น นิสัยของผู้ประกอบการ ลักษณะของธุรกิจ ความสามารถในการบริหารจัดการ ข้อจำกัดต่างๆหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ กฎหมายระเบียบข้อบังคับต่างๆ สภาวะการแข่งขัน เงินทุนของผู้ประกอบการ หรือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจ เป็นต้น

โดยพื้นฐานสำคัญของแนวคิดของธุรกิจที่จะช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสในการแข่งขันหรือดำเนินการ หรือเป็นปัจจัยในความสำเร็จในการดำเนิการ จะมาจาก 2 ประเด็นหลักๆ คือ

1. การดำเนินการของธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการของธุรกิจนั้น สามารถตอบโจทย์หรือสามารถแก้ปัญหาของลูกค้าหรือผู้บริโภคที่มีอยู่ได้ และ

2. การดำเนินการของธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการของธุรกิจนั้น สอดคล้องหรือเหมาะสมกับโอกาสหรือสภาวะตลาดที่เป็นอยู่

โดยแนวคิดของธุรกิจที่ดีควรสามารถแสดงถึงโอกาสของธุรกิจจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการของธุรกิจเข้าสู่ตลาดหรือถึงมือลูกค้า ซึ่งสามารถสร้างความยอมรับให้เกิดขึ้นได้ และสามารถใช้ในการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการของธุรกิจอื่นที่มีอยู่ในตลาด หรือเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจซื้อจากลูกค้า โดยจากรูปแบบและลักษณะการดำเนินการต่างๆของธุรกิจที่ได้มีการระบุไว้ในแผนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านการผลิตหรือการบริการ และด้านการเงินที่ระบุไว้ในแผนธุรกิจนั้น มีความสอดคล้องกับแนวคิดธุรกิจที่ธุรกิจกำหนดไว้อย่างไร

นอกจากนี้รายละเอียดที่ระบุไว้ในแผนธุรกิจ ถ้าผู้จัดทำแผนได้วางแผนให้สอดคล้องกับเหตุผลและผู้อ่านแผนอย่างถูกต้อง จะเห็นได้ว่ารายละเอียดต่างๆของแผนธุรกิจอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือตามผู้อ่านแผนในแต่ละหน่วยงาน เช่น การแสดงถึงการเติบโต การแก้ไขปัญหา การบริหารความเสี่ยง จากการดำเนินการตามแผน ถ้าเป็นรายละเอียดของแผนธุรกิจที่นำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน หรือแสดงถึงโอกาสหรือศักยภาพในการเติบโต ผลตอบแทนที่น่าพอใจต่อการลงทุน ถ้าเป็นรายละเอียดของแผนธุรกิจที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนหรือกองทุนร่วมลงทุน การแสดงถึงแนวความคิดใหม่ ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ โอกาสในการเกิดธุรกิจจากแนวความคิดดังกล่าว

ถ้าเป็นรายละเอียดของแผนธุรกิจที่ใช้ในการแข่งขัน เป็นต้น แม้ว่าในแผนธุรกิจฉบับดังกล่าว จะมีการจัดทำบทสรุปผู้บริหาร แนวความคิดในการดำเนินธุรกิจ หรือประวัติความเป็นมาของธุรกิจ ข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการ การวิเคราะห์สภาวะตลาดและอุตสาหกรรม แผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด แผนการผลิตหรือแผนบริการ แผนการเงิน และภาคผนวกหรือเอกสารแนบ ซึ่งถือเป็นหัวข้อหรือโครงสร้างมาตรฐานของแผนธุรกิจโดยทั่วไป และจากการจัดทำขึ้นโดยธุรกิจเดียวกันก็ตาม

โดยรายละเอียดในหัวข้อต่างๆดังกล่าวบางส่วน จะถูกเน้นหรือตัดทอนให้เหมาะสม และเป็นไปตามเหตุผลและลักษณะของผู้อ่านหรือผู้พิจารณาแผน ซึ่งถ้าผู้จัดทำแผนมีความเข้าใจในประเด็นเกี่ยวกับว่าจะแสดงรายละเอียดอะไรในแผนธุรกิจ ให้สอดรับกับเหตุผลและผู้อ่านแผนดังกล่าว แผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นก็จะมีความกระชับ รัดกุม และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือในแผนธุรกิจได้เป็นอย่างดี รวมถึงไม่มีข้อมูลที่ฟุ่มเฟือย หรือไม่เกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาหรือการตัดสินใจจากผู้อ่านแผนอีกด้วย

เช่น ถ้าเป็นแผนธุรกิจที่นำเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน ประเด็นด้านการวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ เช่น การวิเคราะห์ตาม Five forces model อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ารายละเอียดของแผนการเงิน โดยเฉพาะด้านสมมติฐานประมาณการต่างๆ และงบกระแสเงินสด หรือในทางกลับกันถ้าเป็นแผนธุรกิจที่ใช้ในการแข่งขันหรือในแง่ของการศึกษาอบรม การวิเคราะห์ตาม Five forces model อาจมีความจำเป็นที่ต้องมีการจัดทำ เพราะใช้ในการประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้แข่งขันหรือผู้จัดทำแผน มากกว่ารายละเอียดของแผนการเงิน โดยมุ่งเน้นที่แนวคิดทางธุรกิจแบบใหม่ หรือจุดเด่นอันเป็นความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจมากกว่า เป็นต้น

สุดท้ายนี้หวังว่าเนื้อหารายละเอียดในบทความนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการหรือผู้สนใจศึกษาเกี่ยวกับการจัดทำแผนธุรกิจ ในเรื่องของการวางแผนก่อนการเขียนแผนธุรกิจ เพื่อให้แผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นตรงตามวัตถุประสงค์ในการจัดทำ ตรงตามคาดหวังของผู้อ่านแผน และรายละเอียดของแผนธุรกิจมีเนื้อหาที่กระชับ รัดกุม มีความเหมาะสมและเป็นแผนธุรกิจที่ดีและมีประสิทธิภาพ ในการนำเสนอทั้งต่อบุคคลภายนอกหรือใช้ในการบริหารภายในธุรกิจเองก็ตาม

รัชกฤช คล่องพยาบาล
ที่ปรึกษา SMEs ด้านการเงินและการร่วมลงทุน
ฝ่ายประสานและบริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

กฎ 10 ข้อสู่ความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็ก

กฎ 10 ข้อสู่ความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็ก

การทำธุรกิจขนาดเล็กให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของคนที่มีความตั้งใจจริงและมีความพยายาม

1. ตั้งเป้า คุณไม่สามารถขายของทุกอย่างให้คนทุกคนได้ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจคุณต้องตัดสินใจและตั้งใจให้แน่วแน่ว่าคุณจะขายอะไรให้คนกลุ่มไหน
2. แตกต่าง ถ้าคุณรู้ว่าใครเป็นคู่แข่งและเขากำลังทำอะไรอยู่ ก็จงอย่าทำตามเขาเป็นอันขาด ออกจากตลาดที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีสินค้าหรือบริการที่คล้าย ๆ กัน สร้างตลาดใหม่ที่ไม่เหมือนใครของคุณเองนั่นล่ะดีที่สุด

3. สร้างทีม อย่าจ้างพนักงานแค่เพื่อไม่ให้ตำแหน่งว่าง คุณควรเลือกจ้างคนที่จะสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่จะช่วยสร้างธุรกิจมากกว่า

4. รวดเร็ว เวลาเป็นสินค้าที่มีค่าที่สุดในการทำธุรกิจ หากจะต้องส่งสินค้าภายในวันศุกร์ พยายามไปส่งวันพฤหัสบ่ายให้ได้ นอกจากนี้แล้วควรโทรกลับหรือตอบอีเมล์ลูกค้าให้เร็วที่สุด

5. พูด “ขอบคุณ” กล่าวคำ “ขอบคุณ” บ่อย ๆ จากใจจริง บอกให้ลูกค้าและพนักงานของคุณรู้ว่าคุณรู้สึกขอบคุณเขาอย่างไร หรือจะให้ดีกว่านั้นก็ลองใช้วิธีแบบโบราณดู นั่นก็คือการเขียนด้วยลายมือลงบนกระดาษแล้วส่งให้พวกเขา ซึ้งกว่ากันเยอะเลย

6. สม่ำเสมอ จงรักษาภาพลักษณ์และความรู้สึกที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจของคุณให้คงที่สม่ำเสมอ ลูกค้าจะต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่ว่าจะจากพนักงานคนใดในบริษัท

7. ยิ้มสยาม หากคุณคิดว่าเหตุผลที่ผู้คนซื้อสินค้าของคุณเพราะว่าพวกเขาพอใจในเรื่อง ราคา คุณภาพของสินค้า หรือการรับประกันแล้วล่ะก็ ให้โยนความคิดนั้นทิ้งไปซะ แล้วคิดเสียว่าพวกเขาซื้อเพราะว่าเขาชอบคุณ ดังนั้นเวลาขายสินค้าก็ให้ยิ้มเข้าไว้ให้สมกับเป็นประชาชนชาวสยาม

8. อย่าหยุดคิด มีผู้เปรียบเทียบว่าการทำธุรกิจนั้นเปรียบเสมือนน้ำในแก้วที่จะต้องให้มีน้ำแค่ครึ่งเดียวอยู่เสมอ เพื่อที่ว่าจะได้เติมอะไรใหม่ ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับคุณที่จะต้องพยายามศึกษาหาความรู้ ประยุกต์ใช้วิธีการใหม่ ๆ เพื่อนำหน้าคู่แข่งให้ได้ตลอดไป

9. ค่อยๆ ขาย อย่ามัวแต่คำนึงถึงแต่การขยายตลาดหรือยอดขาย คุณควรค่อยเป็นค่อยไป ทำการตลาดแบบเบาๆ ก่อน ไม่จำเป็นต้องจ่ายหนักเพื่อโฆษณาแพงๆ หันมาเน้นเรื่องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้จะดีกว่า ทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ไม่ใช่ตัวคุณเอง!

10. คิดนอกกรอบ คุณต้องเดินออกนอกกรอบหรือทำในสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยๆ ทำมาบ้าง เช่น หากไม่เคยใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำธุรกิจก็จงอย่ากลัวมัน ไม่มีใครแก่เกินเรียน

Vayo Knowledge

Vayo Knowledge เป็นสังคมแห่งการแบ่งปันความรู้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่ต้องการแบ่งปันความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่อยากจะแบ่งปันได้ ส่งบทความมาที่นี่เพื่อเผยแพร่ให้กับ เพื่อนๆ บุคคลทั่วไปที่ต้องการแสวงหาความรู้ในด้านต่างๆ

กฏการซับมิทบทความ

1.รับเฉพาะบทความภาษาไทยเท่านั้น

2. เป็นบทความที่เป็นประโยชน์ มีสาระ เป็นความรู้ ให้กับผู้ที่เข้ามาอ่าน

3. ไม่รับซับบทความโจมตี ข่าว ประชาสัมพันธ์ ผิดศีลธรรม และจริยธรรมอันดีงามของสังคม

4. Admin สามารถ เพิ่มและย้าย Categories ของท่านให้ไปอยู่ในกลุ่ม หรือหมวดหมู่ที่เหมาะสม

5.ไม่รับบทความที่มีการ Spam Link สะพานบอท Link Farm หรือ SEO ทุกชนิด (ต้องการให้เป็นสังคมที่มีแต่การแบ่งปันความรู้ด้านต่างๆ จริงๆ เท่านั้น)

6.การแบ่งปันความรู้กันอย่างจริงใจ โดยไม่มีสิ่งอื่น สิ่งใดแอบแฝงมาด้วย บทความของท่านจะได้รับการอนุมัติเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน

7.ไม่รับซับมิทบทความที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทุกชนิด

8. Admin ไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม หรือชี้แจงหากบทความ ของท่านที่ไม่ผ่านการอนุมัติ

9. ร่วมสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปันความรู้ สังคมที่มีแต่การให้การแบ่งปันกันได้ที่นี่

หากท่านใดต้องการก๊อปบทความไปลงที่เว็บไซต์กรุณาให้เครดิตโดยการ พิมพ์

ขอบคุณข้อมูลจาก :  http://knowledge.vayoclub.com