การจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
“บ้าน” มีความหมายสำหรับทุกคนไม่ว่าจะบ้านขนาดเล็ก หรือใหญ่ ทุกคนต่างก็อยากที่จะให้บ้านของตนอยู่แล้วอบอุ่น ทุกคนในบ้านประสบแต่ความสุข ความเจริญ
การที่คนเราได้อาศัยอยู่ในบ้านที่จัดแต่งอย่างเหมาะสมกลมกลืนกับธรรมชาติย่อมนำความสุขกายสบายใจมาให้แก่คนในบ้าน ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึงความสำเร็จความเจริญรุ่งเรืองที่จะเกิดขึ้น
หากคิดว่าที่บ้านมีความสุขสบายดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบางจุดตามฮวงจุ้ยให้ยุ่งยากวุ่นวาย นอกจากเราจะรู้สึกมีเคราะห์ร้ายรังควานจนหมดสุข จึงค่อยลองปรับเปลี่ยนบางมุมตามหลักฮวงจุ้ย
ฮวงจุ้ย หมายถึง ลม และน้ำ
การจัดบ้านตามหลักวิชาฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงายและไร้เหตุผล เพราะหลักฮวงจุ้ยสามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ และมีการคำนึงถึงเรื่องของภูมิอากาศและชัยภูมิเป็นแกนสำคัญ มิใช่เป็นเรื่องเร้นลับทางไสยศาสตร์แต่อย่างใด
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบการจัดและตกแต่งบ้านโดยอาศัยแนวทางตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งเคหสถาน ที่ยึดหลักสอดคล้องสมดุลกับธรรมชาติเป็นสำคัญ วันนี้ดิฉันจึงขอนำเอาข้อมูลการจัดบ้านด้วยหลักฮวงจุ้ย มาฝากกันค่ะ
เรามาดูห้องสำคัญห้องแรกกันเลยนะคะ
I ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น
เป็นเสมือนหัวใจของบ้าน ความมั่งมีศรีสุขจะเกิดขึ้นได้
ถ้ามีการจัดและตกแต่งให้ถูกลักษณะอันเป็นมงคล

1. ถ้าบ้านมีอาณาเขตบริเวณพอเพียงควรสร้างเรือนรับแขกไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน อาจสร้างแบบมีทางเดินเป็นระเบียบทอดจากตัวบ้านไปสู่เรือนรับแขกหรือห้องรับแขก เพราะถือว่าเป็นมหามงคลส่งผลต่อความรุ่งโรจน์โชติช่วงได้ดีเยี่ยม
2. หากพื้นที่ภายในบ้านของคุณค่อนข้างคับแคบหรือสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือนำกระจกบานใหญ่สักแผ่นมาติดเอาไว้ที่ผนังด้านใดด้านหนึ่งที่มองเห็นได้ง่าย ห้องรับแขกจะมองดูกว้างขึ้นมาอย่างทันตาเห็น

3. ห้องโถงหรือห้องรับแขกที่คับแคบเป็นลักษณะที่อาจจะทำให้คนในบ้านประสบความสำเร็จในชีวิตได้ยากเพราะโชคลาภนั้นจะไหลเข้าบ้านได้ไม่สะดวก ควรตกแต่งมุมรับแขกให้ดูสะอาดและมีพื้นที่เดินได้คล่อง การแต่งห้องรับแขกจนรุงรังด้วยข้าวของต่าง ๆ สุมอัดกันแน่นจะทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นมีแต่ความอับโชค ร่ำรวยรุ่งเรืองได้ยาก
4. ห้องรับแขกควรเป็นสิ่งแรกที่พบเห็นหลังจากที่เปิดประตูบ้านเข้ามาแล้ว ดังนั้นจึงควรดูแลห้องรับแขกให้สะอาดสะอ้าน มีชีวิตชีวา อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก และมีแสงสว่างเพียงพอ เพราะห้องรับแขกเป็นห้องที่สำคัญมาก ห้องรับแขกที่สว่างไสวดูโปร่งสบายตา จะมีผลต่อความสุขสงบภายในบ้านและโชคลาภก็จะเข้าบ้าน

5. ในห้องรับแขกของบ้านจะต้องมีคำแหน่งของจุดทรัพย์คือ มุมแห่งโชคลาภของบ้าน ซึ่งจะอยู่ตรงจุดที่ทแยงมุมกับประตูและค่อนข้างสงบไม่มีผู้คนเดินพลุกพล่านตรงนั้น ถ้านำสิ่งของที่เป็นของมงคลมาวางเอาไว้ที่ตำแหน่งนี้ก็จะช่วยให้โชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง
6. ห้องรับแขกควรอยู่ตรงกลางบ้านพอดีจึงจะถือได้ว่าเป็นบ้านที่มีลักษณะดีเพราะบ้านที่มีห้องรับแขกอยู่ตรงกลางของบ้านนั้นจะเหมือนเป็นการต้อนรับโชคลาภให้เข้ามาในบ้าน และที่สำคัญคือห้องรับแขกที่อยู่ตรงกลางบ้านจะเปรียบเหมือนหัวใจของบ้าน แต่ถ้าไม่มีพื้นที่มากนักก็จัดให้อยู่หน้าบ้านก็ได้แต่อย่าจัดไว้เกินกลางตัวบ้านไปทางด้านหลังบ้าน

7. หน้าต่างของห้องรับแขกควรจะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะทิศตะวันออกเฉียงใต้นี้จะมีแสงสว่างเพียงพอตลอดทั้งวัน อากาศถ่ายเทได้สะดวก ฤดูหนาวจะไม่หนาวจนเกินไป ฤดูร้อนก็จะไม่ร้อนมากนักส่งผลให้สมาชิกภายในบ้านมีสุขภาพทั้งกายและใจดีเยี่ยม และที่สำคัญถือเป็นทิศมงคลสำหรับตัวบ้าน
8. จัดแต่งห้องรับแขกให้มีพื้นที่กว้างขวางโปร่งตา อย่าวางเฟอร์นิเจอร์ขวางทางเดินหรือขวางประตูทางเข้าห้องรับแขกที่วางชุดเก้าอี้เกะกะทางเดินจะทำให้อับโชค

9. หน้าต่างของห้องรับแขกนั้นควรจะเปิดออกไปสู่ที่โล่งแจ้ง เช่น สนามหญ้าหรือสวนสวยของบ้าน ไม่ควรจะถูกบ้านใกล้เคียงบดบังทัศนียภาพเอาไว้ เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การที่หน้าต่างของห้องรับแขกถูกบ้านใกล้เรือนเคียงบดบังทัศนียภาพที่ดีเอาไว้จะกลายเป็นห้องรับแขกที่มีลักษณะไม่ดี และส่งผลให้สมาชิกภายในบ้านต้องประสบเหตุเดือดเนื้อร้อนใจ
10. ห้องรับแขกควรจัดให้อยู่ด้านหน้าสุด คือเมื่อแขกมาเยือนเปิดประตูเข้ามาก็พบกับห้องรับแขกก่อนเป็นอันดับแรก ในปัจจุบันที่คนเราอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียมกันมาก ควรจัดแบบแยกส่วนหน้ากับส่วนหลังออกจากกันเช่นหาตู้หรือชั้นวางของมากั้นแล้วจัดส่วนหน้าเพื่อรับแขก และส่วนหลังเป็นห้องนอน ไม่ควรจัดห้องนอนอยู่ด้านหน้าเพราะเป็นลักษณะของห้องที่ทำลายโชคลาภทรัพย์สิน

11. ห้องรับแขกที่จัดตกแต่งได้ถูกต้องนั้นคือ ห้องรับแขกที่มีสิ่งของที่จำเป็นจะต้องใช้วางอยู่อย่างครบถ้วน และถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่วางเกะกะขวางทาง สิ่งของที่ประดับประดาควรจะจัดวางอย่างพอเหมาะให้ดูโปร่ง ๆ เพื่อที่พลังที่ดีจะได้ไหลเวียนเข้าบ้านได้สะดวก
12. เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาไม่ควรมองเห็นนาฬิกาที่แขวนไว้ที่ผนังหรือตั้งโต๊ะในลักษณะที่หันออกสู่ประตูหน้าบ้านโดยเด็ดขาด เพราะนาฬิกาเป็นพลังงานที่เคลื่อนไหวและเป็นสัญญลักษณ์แห่งการบอกเป็นนัยว่าเวลาจะหมดลงแล้ว

13. จัดให้มุมโปรดหรือเก้าอี้ตัวเก่งของคุณที่ตั้งอยู่ในห้องรับแขกนั้นหันไปทางประตูเข้าบ้าน ไม่ต้องให้ตรงกับประตูพอดี เพียงแต่ให้มองเห็นประตูหน้าบ้านได้ถนัดตาเท่านั้นจึงจะถือว่าดี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณมาโนช ประภาษานนท์
และคุณมงคล ไพศาลวานิช
คราวหน้าเราจะมาดูว่าของตกแต่งในห้องรับแขกชนิดใดที่เป็นมงคล และชนิดใดที่เป็นอัปมงคล กันค่ะ

ที่มา : hometophit