เคล็ดลับทำเลร้าน แบบไหนสอบผ่าน
ในยุคนี้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่มีร้านค้าเล็กๆ เป็นของตัวเอง และไม่มีประสบการณ์ในการเปิดร้านมาก่อน อาจจะต้องคิดมากหน่อย
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ร้านเสื้อผ้า แฟชั่น เหล่านี้ต้องมีหลัก และหลักที่ว่านั้น อาจารย์สมพร บ้านฮวงจุ้ย แนะนำเอาไว้ในงาน “มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์” ที่พอจะจับประเด็นหลักๆ มาเสนอได้ดังนี้
ร้านกาแฟ สำคัญที่สุดคือเรื่องสีและกลิ่น จุดที่ชงกาแฟ เครื่องชงกาแฟจะต้องวางโชว์ให้ลูกค้าได้เห็นวิธีการชง และที่สำคัญกลิ่นจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในร้านได้ กลิ่นอาจจะมาจากเครื่องชงเอง หรือจากที่ผู้ประกอบการบางท่านที่เคยใช้ ก็คือการนำเอากากกาแฟมาต้ม คลุมผ้าไว้ ค่อยๆ เปิดผ้าปล่อยกลิ่นบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ร้านกาแฟมีกลิ่นที่น่ารับประทาน ดึงดูดลูกค้ามากขึ้น
นอกจากนี้ ร้านกาแฟอาจจะใช้สีทึมๆ อย่างน้ำตาลได้ เพียงแต่ต้องใช้ไฟช่วย เพราะจุดประสงค์หลักๆ ของร้าน ก็คือการมาพูดคุย ปรึกษาหารือ
ส่วนตำแหน่งของโต๊ะและเก้าอี้ ควรวางให้เป็นระเบียบ ห้ามวางแบบงูเลื้อยไปเลื้อยมา และควรมีช่องไฟในการวางตำแหน่งเคาน์เตอร์กาแฟที่จะโชว์การชงไว้ด้านหน้า ส่วนเคาน์เตอร์เก็บเงินควรอยู่ที่ด้านใน มิดชิด
ร้านอาหาร ถ้าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวโชว์ตู้ ควรวางให้โดดเด่นชัด เช่น ถ้าอยู่ใกล้ๆ สะพานลอย ทางลงอยู่ทางด้านขวา ตู้ควรจะวางทางด้านขวาของร้าน ถ้ามีอาหารประเภทเตาผัด ร้านสุกี้ ที่มีกลิ่นต่างๆ ควรจะจัดให้พ้นลูกค้า เช่น มีครัวแยกต่างหาก ประเภทที่ใช้พัดลมเป่าออกมานอกร้านไปโดนคนผ่านไปผ่านมา กลิ่นจะติดตัว คนจะไม่มา และสุดท้ายเตาไฟ ไม่ควรคร่อมท่อระบายน้ำ เพราะจะทำให้รสชาติและกลิ่นของอาหารไม่ดี ส่วนสีสันของร้าน เน้นสีอ่อนๆ สะอาดๆ
ร้านแฟชั่น เสื้อผ้า สีสันของร้านควรจะฉูดฉาด ดึงดูดใจ และมีลูกเล่นภายในร้าน มีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปของร้านบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดร้าน หรือของตกแต่งร้าน มีเพลงกระตุ้นให้เกิดความสนใจ
ส่วนการแก้ทำเล ร้านหน้าใหม่หลายร้านมักจะไม่มีประสบการณ์ เลือกทำเลไม่ดี เนื่องจากไม่มีความรู้ความเข้าใจ เช่น อยู่ในซอกลึก ซอยน้อย ก็จะต้องมีน้ำวางให้ที่หน้าร้าน หรือตัวเป่าลม เพื่อให้คนเห็นเด่นชัด หรือการใช้คนเดินบริเวณนั้นๆ บ่อยๆ วนไปมาหลายๆ คน ให้เกิดความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และเมื่อมีการเคลื่อนไหว คนก็จะเดินเข้ามาดูเอง
ในส่วนสุดท้าย กรณีที่ร้านมีอยู่ในทำเลดี แต่มีคู่แข่งแยะ และขายสินค้าแบบเดียวกัน เช่น ร้านในห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า อาจารย์สมพรแนะนำว่า ควรจะจัดวางสินค้าไม่ให้แตกต่าง เขามีอะไร เราก็มีด้วย ทำให้เหมือนกัน เหมือนเป็นร้านเดียวกัน เพียงแต่ภายในร้านอาจจะมีการดึงดูดความสนใจอย่างอื่นแทน เช่น ใช้เพลงดึงดูด หรือมีไฟหมุนอันเล็กกระตุ้นให้เกิดความสนใจ
บางร้านที่เป็นทั้ง 2 กรณีรวมกัน คือทั้งอยู่ในซอย ร้านสุดท้าย และเป็นร้านที่มีสินค้าเหมือนคนอื่น อาจารย์เล่าให้ฟังว่า เคยแก้ปัญหาให้ร้านขายผลไม้ดองร้านสุดท้าย แนะนำว่าควรทำราคาขายให้ถูกลงและใช้ไฟตกแต่งเพื่อดึงดูด เมื่อคนเดินมาเรื่อยๆ พอถึงร้านสุดท้ายจึงจะตัดสินใจซื้อ
และกลยุทธ์นี้ก็หยุดลูกค้าได้ผลเสียด้วย