เทคนิคกลยุทธ์ Supply Chain

เทคนิคกลยุทธ์ Supply Chain

กลยุทธ์ซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ สำคัญที่องค์กรธุรกิจนานาประเภทต้องให้ความสนใจ

แต่ความเป็นจริงกลับพ บว่ามีบริษัทเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่มีกลยุทธ์ซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจในองค์รวม

โดยผลการสำรวจบริษัทจำนวน 105 บริษัทของโลจิสติกส์ บูโร (เอเชีย) พบว่า บริษัท 61% ไม่มีแผนกลยุทธ์ด้านนี้ และส่วนใหญ่เชื่อว่าบริษัทได้รับผลกระทบ ทางลบจากการขาดกลยุทธ์

ขณะที่บริษัทที่มีกลยุทธ์ซัพพลายเชน ก็ประสบปัญหาขาดการสื่อสารทำความเข้าใจในองค์กร ซึ่งทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีเหมือนที่วางแผนไว้

ในการสัมมนาเรื่อง “การพัฒนายุทธศาสตร์ซัพพลายเชน” นายโรเบิร์ต ไอไบร์น กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท โลจิสติกส์ บูโร (เอเชีย) ชี้ว่า ปัจจัยที่ทำ ให้กลยุทธ์ซัพพลายเชนไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ การขาดความเข้าใจ เป้าหมายของธุรกิจและความต้องการ ของลูกค้า ตลอดจนประเมินศักยภาพของ บริษัทสูงเกินความเป็นจริง ไม่สามารถ ดึงฝ่ายบริหารระดับสูงเข้ามาร่วมในการกำหนดและเดินหน้ากลยุทธ์

อีกทั้งขาดการสื่อสารภายในองค์กร และนอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ ทุกฝ่ายเข้าใจถึงความสำคัญ แนวทาง และเป้าหมายของซัพพลายเชน

และในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จึงได้แนะนำเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่บริษัทต่างๆ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนด กลยุทธ์ซัพพลายเชน โดยประเด็นสำคัญคือภาคธุรกิจต้องตระหนักว่าไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับกลยุทธ์ เพราะแต่ละธุรกิจมีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของกลุ่มลูกค้า ประเภทธุรกิจ ลักษณะเฉพาะ และความซับซ้อนของบริการต่างๆ

ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ซัพพลายเชน คือ มีความเข้าใจกลยุทธ์ของธุรกิจของตนเองอย่างชัดเจน และรู้จักกลุ่มลูกค้าอย่างทะลุปรุโปร่ง เพื่อออกแบบซัพพลายเชนให้สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว โดยธุรกิจจะต้องกำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการให้ชัดเจนก่อนวางแผนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ตัวอย่าง เช่น สำหรับธุรกิจค้าปลีก เป้าหมายสำคัญคือการขายสินค้าคุณภาพราคาย่อมเยา ดังนั้นจึงต้องมีสินค้าอยู่ในสต๊อกเสมอ เพราะหากไม่มีปริมาณสินค้าเพียงพอและตอบสนองความต้องการของลูกค้า ก็จะทำให้เสียลูกค้าให้กับคู่แข่ง

ทั้งนี้การออกแบบกลยุทธ์ซัพพลายเชนก็ต้องตอบรับกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ ด้วยการควบคุมต้นทุนของซัพพลายเชนไม่ให้สูงเกินไป หรือในธุรกิจแฟชั่นที่อายุสินค้าบนชั้นจำหน่ายสั้นมาก เพราะต้องปรับเปลี่ยนตามฤดูแฟชั่น

ระบบซัพพลายเชนจะต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถบริหารจัดการการซื้อขายที่รวดเร็วได้ ทั้งนี้การบริหารซัพพลายเชนที่ดีไม่ใช่เรื่องของคุณภาพคลังสินค้า แต่เป็นการเน้นที่ผลลัพธ์ที่ต้องการและเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากกว่า

นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจและสามารถสร้างสมดุลระหว่างผลลัพธ์ต่างๆ ที่บริษัทต้องการ เพราะการมุ่งเน้นองค์ประกอบหนึ่งๆ ในซัพพลายเชนมากเกินไป อาจเป็นการเพิ่มต้นทุน หรือลดประสิทธิภาพขององค์ประกอบ อื่นๆ

ดังนั้นบริษัทจะต้องสามารถตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและเป็นรูปธรรม เช่น การหมุนเวียนของสินค้าในสต๊อก ต้องพิจารณาการสต๊อกสินค้า ตามระยะเวลาการวางจำหน่ายสินค้า อาทิ สินค้าแฟชั่นขายปลีกต้องการการหมุนเวียน มากกว่าสินค้าทั่วไป

และหากต้องการให้กลยุทธ์มี ประสิทธิภาพจำเป็นต้องดึงให้ผู้บริหาร ระดับสูง และตัวแทนจากทุกแผนกที่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนกลยุทธ์ จากนั้นจำเป็นต้องมีการสื่อสารทำความเข้าใจ ฝึกอบรม พนักงาน

เพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจถึงความสำคัญของซัพพลายเชน และสามารถร่วมดำเนินให้บรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Shipping กับ Freight Forwarder เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

Shipping กับ Freight Forwarder เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ชิปปิ้ง หมายถึง ตัวแทนของผู้นำเข้าและผู้ส่งออกในการดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า โดยจัดทำใบขนสินค้า ยื่นใบขนสินค้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรเพื่อให้มีการตรวจปล่อยสินค้า และส่งมอบสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้นำเข้าหรือส่งสินค้าออกนอก ราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศให้แก่ผู้ส่งออก

ศึกษาเพิ่มเติมภาระภาษีเกี่ยวกับชิปปิ้งได้ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 124/2546

http://www.rd.go.th/publish/13729.0.html

Freight Forwarder หมายถึง ตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ Freight Forwarder อาจทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น บางรายทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการจัดหาและจัดการขนส่งสินค้าของผู้ส่งออกไปยังเมืองท่าปลายทาง บางรายทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ส่งสินค้า บางรายทำหน้าที่เป็นผู้ขนส่งสินค้าโดยตรง ซึ่งอาจจะเป็นผู้ประกอบการขนส่งสินค้าหลายรูปแบบ ( Multimodal Transport Operator ) หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่เจ้าของเรือ ( Non-Vessel Operating Common Carrier ( NVOCC ))

Freight Forwarder มี 2 ประเภท ได้แก่
- Sea Freight Forwarder
- Air Freight Forwarder

Freight Forwarder มีสถานะเสมือนหนึ่งผู้รับขนส่งสินค้า ซึ่งสามารถที่จะลงนามในใบตราส่งสินค้าได้

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาระภาษีของ Forwarder ได้ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 110/2545 โดยเรือเดินทะเล

http://www.rd.go.th/publish/3543.0.html

และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 126/2546 โดยอากาศยาน

http://www.rd.go.th/publish/15168.0.html

Shipping คืออะไร?

Shipping หมายถึง ผู้ทำหน้าที่ด้านพิธีการเอกสารผ่านธนาคาร พิธีการศุลกากร และบริษัทเรือเดินทะเล หรือ บริษัทขนส่งทางเครื่องบินเพื่อนำสินค้านำเข้าหรือส่งออกไปต่างประเทศ รวมถึงการจัดหาไปรับสินค้าจากโกดังลูกค้านำไปเข้า ตู้ และรถหัวลากตู้ฯ ไปถึงท่าเรือ หรือ shipping คือบริษัท ที่มีเรือเดินทะเลเป็นของตนเอง รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีหน้าติดต่อกับผู้ส่งออกว่ามีปริมาณสินค้าปริมาณเท่าไร จะเช่าเป็นตู้ หรือจะรวมกับสินค้าผู้ส่งออกรายอื่นในตู้ใดตู้หนึ่ง

โลจิสติก ( Logistic ) คืออะไร?

โลจิสติก คืออะไร?

รู้จักโลจิสติกส์

เราอาจจะได้ยินคำว่าโลจิสติกส์ (Logistics) มาหลายครั้ง และเนื่องจากคำว่าโลจิสติกส์ เป็นศัพท์ที่ไม่สื่อถึงความหมาย เป็นการทับศัพท์คำในภาษาอังกฤษจึงทำให้คนทั่วไปมองไม่เห็นภาพว่า โลจิสติกส์คืออะไร โลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับงานใดบ้าง ทั้งที่ๆ เราได้ยินคำนี้บ่อยๆ ดังนั้นในส่วนรู้จักโลจิสติกส์ นี้จะนำเสนอคำนิยาม คำจำกัดความ รวมทั้งบทบาทต่างๆ ของการจัดการโลจิสติกส์ให้รับทราบ รวมทั้งบทสัมภาษณ์จากผู้บริหารในด้านการจัดการโลจิสติกส์
คำจำกัดความ
คำสัมภาษณ์จากผู้บริหารระดับสูง
คำนิยามที่เกี่ยวข้อง
บทบาทของโลจิสติกส์
กิจกรรมของโลจิสติกส์

คำจำกัดความ
โลจิสติกส์ (Logistics) เป็นคำที่มาจากภาษากรีกแปลว่า “ศิลปะในการคำนวณ” ในสมัยโบราณ รวมทั้งในสมัยปัจจุบัน มีการกล่าวถึง การส่งกำลังบำรุงทางทหาร และการประสบชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ในสงครามโดยอาศัยความเข้มแข็ง หรือความอ่อนแอของสมรรถนะในเชิงโลจิสติกส์

คำนิยามที่ใช้นิยามการจัดการโลจิสติกส์ในระดับสากลนั้นจะเป็นคำนิยามจาก The Council of Logistics Management (CLM) ซึ่งได้ให้คำนิยามการจัดการด้านโลจิสติกส์ไว้ว่า
“กระบวนการในการวางแผน ดำเนินการ และควบคุมประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการไหล การจัดเก็บวัตถุดิบ สินค้าคงคลังในกระบวนการ สินค้าสำเร็จรูป และสารสนเทศที่เกี่ยวข้องจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่มีการใช้งาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค”

นอกจากนั้นแล้ว Logistix Partners Oy, Helsinki, Fl ให้คำนิยามโลจิสติกส์ธุรกิจว่า
“โครงสร้างของการวางแผนทางธุรกิจ สำหรับการบริหารจัดการกับวัตถุดิบ การบริการการไหลของข้อมูล และเงินทุน ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่มีความซับซ้อน การติดต่อสื่อสาร และกระบวนการควบคุม ให้ตรงกับความต้องการในสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบัน”

Logistics (นิยามทางทหาร) โดย JCs Pub 1-02 except และ NATO

“ศาสตร์ในการวางแผนและจัดการการเคลื่อนย้าย และบำรุงรักษากองกำลังซึ่งการดำเนินงานประกอบไปด้วย การออกแบบ การพัฒนา การเก็บรักษา การเคลื่อนย้าย การกระจาย การบำรุงรักษา การขนถ่าย และการควบคุมทางวัตถุ และการให้สวัสดิการด้านสุขภาพแก่บุคลากร การก่อสร้าง การบำรุงรักษา การดำเนินงานและการควบคุมสิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมถึงการให้บริการต่างๆ”
คำนิยาม Logistics โดย MDC, LLogLink/LogisticsWorld, 1997
“ศาสตร์ของการวางแผน การจัดองค์กร และกิจกรรมการจัดการต่างๆ ที่มีผลต่อการผลิตและการให้บริการ”

สรุป
วัตถุประสงค์ที่มีความสำคัญอันดับแรกของการจัดการระบบโลจิสติกส์ในระบบธุรกิจ คือ การสร้างประโยชน์จากเวลาและสถานที่ หรือ การสร้างคุณค่าโดยการนำสินค้าจากต้นกำเนิดไปสู่ที่ๆ มีความต้องการ หน้าที่นี้ก็คือ การนำสินค้าจากแหล่งที่ถูกต้องในรูปแบบ จังหวะเวลา คุณภาพ ปริมาณที่ถูกต้องด้วยต้นทุนที่พอเหมาะไปสู่สถานที่ที่ถูกต้อง

พันธกิจของการบริหารโลจิสติกส์ คือ การวางแผน การดำเนินงาน และประสานการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งบรรลุผลในด้านการตอบสนอง ความต้องการของลูกค้า โดยการนำเสนอบริการและคุณภาพในระดับที่เหนือกว่า ด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำนิยามที่เกี่ยวข้อง

วิศวกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Engineering)
โลจิสติกส์แบบย้อนกลับ (Reverse Logistics)
Production Logistics
Consumer Logistics
Third Party Logistics
Global Logistics

วิศวกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Engineering)
วิศวกรรมโลจิสติกส์ ประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้ (ฺBenjamin S. Blanchard, 2004)

1. การจำกัดความเริ่มต้นของความต้องการการสนับสนุนระบบ
2. การพัฒนาของเกณฑ์เพื่อเป็นปัจจัยการป้อนเข้าสู่การออกแบบ
3. การประเมินทางเลือกของการออกแบบตลอดจนการศึกษาการประเมินผลได้ผลเสีย ความเหมาะสมของการออกแบบ และการทบทวนการออกแบบ
4. การกำหนดความต้องการทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการออกแบบนั้น (อาทิเช่น จำนวนคน ระดับของทักษะ อะไหล่ ส่วนประกอบ เครื่องมือทดสอบและสนับสนุน การขนส่ง สิ่งอำนวยความสะดวก ข้อมูล และคอมพิวเตอร์)
5. ดำเนินการทำการประเมินของโครงสร้างสนับสนุนทั้งหมดด้วยวัตถุประสงค์ของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการวัดประเมินกระบวนการสม่ำเสมอ การประเมิน และคำแนะนำเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น (เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูล การประเมิน และประสิทธิภาพการปรับปรุงของกระบวนการ)

จากคำจำกัดความข้างต้น จะเห็นได้ว่า โลจิสติกส์แบบย้อนกลับได้ครอบคลุมประเด็นที่กว้าง อาทิเช่น การนำกลับมาผลิตใหม่ (value-added recovery) นำมาปรับปรุงใหม่ กระบวนการคืนสินค้าเพื่อนำมาทำลาย หรือเป็นสินค้าคงคลังแบบฤดูกาล การเรียกสินค้าคืน และสินค้าคงคลังที่เกิน โลจิสติกส์แบบย้อนกลับยังรวมการ recycle การกำจัดวัสดุที่มีพิษ การกำจัดอุปกรณ์ที่ล้าสมัย และการนำสินทรัพย์กลับมาใช้ใหม่ Layman ได้ให้นิยามไว้ว่า โลจิสติกส์แบบย้อนกลับคือกระบวนการของการเก็บรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้ว และพยายามที่จะทำให้เกิดคุณค่าของผลิตภัณฑ์นั้นใหม่ด้วยวิธีการการปรับปรุงใหม่ที่ดีที่สุด

Production Logistics

Production Logistics (หรือ Acquisition Logistics) คือ ส่วนของโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับ การวิจัย การออกแบบ การพัฒนา การผลิต และการจัดการวัสดุ นอกจากนั้น Production Logistics ยังรวมถึง การทำให้เป็นมาตรฐาน การทำสัญญา การประกันคุณภาพ การจัดซื้ออะไหล่ การวิเคราะห์ reliability มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเครื่องมือ รายละเอียด (Specification) และกระบวนการผลิต การทดลองและการทดสอบ การตั้งรหัส เอกสารเครื่องมือ การปรับปรุงและการควบคุม

Consumer Logistics

Consumer Logistics (หรือ Operational Logistics) คือ ส่วนของโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับตั้งแต่เริ่มเป็นผลิตภัณฑ์ การจัดเก็บ การขนส่ง การบำรุงรักษา (รวมทั้ง การซ่อม และความสามารถของการบริการ) การปฏิบัติและการจัดการวัสดุ นอกจากนั้น Consumer Logistics ยังรวมถึงการควบคุมสต๊อก การวางแผน facility การควบคุมการเคลื่อนย้าย รายงานของเสีย และความน่าเชื่อถือได้ มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการจัดเก็บ การขนส่ง และการอบรมที่เกี่ยวข้อง

Third Party Logistics

บริษัทที่เป็น Third Party มักจะไม่เป็นเจ้าของอุปกรณ์การขนส่งเองแต่จะให้บริการในการเป็นพันธมิตรการค้าผู้ขนส่งและจะประสานงาน (กับผู้ขนส่งที่เหมาะสม) ในการให้บริการการขนส่ง ซึ่งบริษัทที่เป็น Third Party สามารถแบ่งออกได้เป็น

Transportation brokers บริษัทที่ให้บริการทั้งเป็น shipper และ carrier โดยวางแผนและประสานงานการขนส่งผลิตภัณฑ์
Freight forwarders องค์กรที่รวบรวมการขนส่งขนาดเล็กจากซัพพลายเออร์หลายๆ ราย จากหลายๆ สถานที่เพื่อเป็นการขนส่งขนาดใหญ่ขึ้นในการขนส่งเพื่อลดต้นทุน
Shippers’ association สมาคมที่ให้ความช่วยเหลือในการรวบรวมการขนส่งขนาดเล็ก ให้เป็นการขนส่งเต็มคันรถสำหรับบริษัทในสมาชิก
Third parties บริษัทที่ให้บริการการประสานงานและบริหารงานด้านโลจิสติกส์ให้กับลูกค้า บางบริษัทขนาดใหญ่ได้ outsource กิจกรรมทางโลจิสติกส์ให้บริษัท Third parties เป็นผู้บริหารงาน

Global Logistics

ในยุคการเปิดการค้าเสรีในปัจจุบันส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในระดับสากลมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่มีการเจริญเติบโตอยู่เสมอ ผู้บริหารมักกำหนดเป้าหมายไปทั่วโลก เพื่อส่งเสริมตลาดต่างประเทศ กิจการจะต้องมีระบบจัดส่งหรือโลจิสติกส์หรือเครือข่ายที่สร้างความพึงพอใจ ให้กับความต้องการโดยเฉพาะในตลาดเหล่านั้น
การจัดการระบบโลจิสติกส์ในระดับสากลมีความซับซ้อนมากกว่าระบบเครือข่ายภายในประเทศแต่เพียงอย่างเดียว ผู้บริหารจะต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อม วางแผน และพัฒนากระบวนการในการควบคุมเพื่อติดตามตรวจสอบความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของระบบการกระจายสินค้าในตลาดต่างประเทศ โดยกิจกรรมใน global logistics จะประกอบไปด้วย

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและสภาพตลาด
การวางแผน
การวางโครงสร้าง
การนำแผนไปปฏิบัติ
การควบคุมระบบโลจิสติกส์

บทบาทโลจิสติกส์

โลจิสติกส์เป็นกุญแจสำคัญในระบบเศรษฐกิจสองแนวทาง คือ

โลจิสติกส์เป็นรายจ่ายที่สำคัญสำหรับธุรกิจต่างๆ และจะส่งผลกระทบและได้รับผลกระทบจากกิจกรรมอื่น ในระบบเศรษฐกิจ การปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการด้านโลจิสติกส์ จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมให้ดีขึ้นได้
โลจิสติกส์ได้รองรับการเปลี่ยนแปลงและกระบวนการของธุรกรรมทางเศรษฐกิจ และได้กลายเป็นกิจกรรมสำคัญในด้านการสนับสนุนการขายเสมือนหนึ่งเป็นสินค้าและบริการด้วย
โลจิสติกส์เป็นการเพิ่มอรรถโยชน์ทางด้านเวลาและสถานที่ โดยให้มีการนำสินค้าที่ลูกค้าต้องการเพื่อบริโภคหรือเพื่อการผลิตไปยังสถานที่ที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องการ ในสภาพที่ต้องการ และในต้นทุนที่ต้องการ

พัฒนาการจัดการโลจิสติกส์

พัฒนาการของโลจิสติกส์ในช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 เป็นต้นมา อาจสรุปได้ดังนี้

โลจิสติกส์ด้านการทหาร

โลจิสติกส์เริ่มเป็นที่รู้จักในครั้งแรกสืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในความสามารถการกระจายและจัดเก็บยุทธภัณฑ์และกำลังพลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะของกองทัพสหรัฐในครั้งนั้น

การแข่งขันที่รุนแรง

จากการที่อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้น โลจิสติกส์จึงได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จากการที่ดลจิสติกส์เป็นต้นทุน ในการดำเนินที่สำคัญตัวหนึ่ง ต้นทุนจากโลจิสติกส์จึงเป็นสิ่งที่กำหนด ความอยู่รอดสำหรับหลายๆ องค์กร นอกจากนี้อุตสาหกรรมยุคโลกาภิวัฒน์ยังได้ส่งผลกระทบ ต่อโลจิสติกส์ในหลายแนวทางดังนี้

การแข่งขันระดับโลกที่มากขึ้น โลจิสติกส์เป็นตัวตัดสินเนื่องจากองค์กรภายในประเทศจะต้องเพิ่มความน่าเชื่อถือ และมีการตอบสนองที่รวดเร็วต่อตลาดที่อยู่ใกล้เคียงมากกว่าคู่แข่งที่อยู่ไกลออกไป
องค์กรที่ซื้อขายระหว่างคู่ค้า จะพบว่าโซ่อุปทานมีต้นทุนสูงและความซับซ้อนมากขึ้น การบริหารโลจิสติกสืที่ดีจึงมีความจำเป็นเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันอย่างเต็มที่ทั่วโลก

กิจกรรมหลักในการจัดการโลจิสติกส์

กิจกรรมต่างๆ ที่อยู่ในขอบข่ายการกระบวนการโลจิสติกส์ ประกอบด้วย

งานบริการลูกค้า
การวางแผนเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของอาคารโรงงาน คลังสินค้า
การพยากรณ์และการวางแผนอุปสงค์
การจัดซื้อจัดหา
การจัดการสินค้าคงคลัง
การจัดการวัตถุดิบ
การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ
การบรรจุหีบห่อ
การดำเนินการกับคำสั่งซื้อ
การขนของและการจัดส่ง
โลจิสติกส์ย้อนกลับ (อาทิเช่น การจัดการสินค้าคืน)
การจัดการกับช่องทางจัดจำหน่าย
การกระจายสินค้า
คลังสินค้าและการเก็บสินค้าเข้าคลัง
การจราจรและการขนส่ง
กิจกรรมการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
การรักษาความปลอดภัย

การเชื่อมประสานกันของกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เพื่อบรรลุถึง ความร่วมมือกันในการวางแผน, การดำเนินการ, การควบคุมสินค้าและการบริการ และการไหลของข้อมูลผ่านองค์กรอย่างประสานสอดคล้องมีประสิทธิภาพ คือ สิ่งที่รู้จักกันทุกวันนี้ว่า โลจิสติกส์
สรุปแล้ว การจัดการโลจิสติกส์ คือ กระบวนการจัดการและกระบวนการสารสนเทศ ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนแกนกลาง ในการแสวงหาแหล่งของวัตถุดิบและบริการ, การจัดหา, การเก็บสินค้าเข้าคลัง และการจัดส่งผลิตภัณฑ์ ที่ถูกต้องไปยังสถานที่ที่ถูกต้องในเวลาที่พอเหมาะ โดยมีการเก็บสินค้าคงคลัง, การสิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย, ความเพียรพยาม. และเงินทุน น้อยที่สุดเพื่อที่จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจ อย่างมีประสิทธิผล