เริ่มต้นจากเด็กชายชาวยิวตัวเล็กๆในแถบพื้นที่ชุมชน ในเมืองอูล์ม ในเวอร์เทมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ที่แสนจะห่างไกลออกไป จากเมืองสตุ๊ทการ์ท จากทางตะวันออกไป ไปประมาณ 100 กิโลเมตร อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ มี บิดาชื่อ แฮร์มานน์ ไอน์สไตน์ เป็นพนักงานขายทั่วไปซึ่งกำลังทำการทดลองเกี่ยวกับเคมีไฟฟ้า มารดาชื่อว่า พอลลีน โดยมีคนใช้หนึ่งคนชื่อ คอช ทั้งคู่แต่งงานกันในโบสถ์ในสตุ๊ทการ์ท อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เข้าเรียนประถมที่ โรงเรียนประถมคาธอลิก แล้วเรียนไวโอลิน ตามความต้องการของแม่
เมื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อายุครบ 5 ปี พ่อเขาได้เอาเข็มทิศ มาให้เล่น แล้วได้ทำให้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้รับรู้ว่ามีแรงบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เข็มทิศเคลื่อนที่ และนั้นได้เป็นแรงบันดาลใจให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แต่ก็ด้วยความพิการทางด่านการอ่านและการเขียนหนังสือ จึงทำให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เรียนรู้ได้ช้ากว่าคนอื่น
ต่อมาเมื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อายุได้ 12 ปี เขาได้เริ่มเรียนคณิตศาสตร์ โดยมีคุณลุงทั้งสองของเขาเป็นผู้อุปถัมถ์ความสนใจในด้านเชิงปัญญาของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ โดยการแนะนำและยืมหนังสือมาให้เขาซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ใน พ.ศ. 2437 เนื่องมาจากความล้มเหลวในธุรกิจเคมีไฟฟ้าของพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวไอน์สไตน์ย้ายจากเมืองมิวนิค ไปยังเมืองพาเวีย (ใกล้กับเมืองมิลาน) ประเทศอิตาลี ผลงานแรกของเขาคือการเขียนผลงานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นหนึ่งขึ้นมา (คือ “การศึกษาสถานะของอีเธอร์ในสนามแม่เหล็ก”) ในปีเดียวกันนั้น โดยที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักในมิวนิคอยู่จนเรียนจบจากโรงเรียน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2438 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จึงตามครอบครัวของเขาไปอาศัยอยู่ในเมืองพาเวีย เขาลาออกโดยไม่บอกพ่อแม่ และโดยไม่ผ่านการเรียนหนึ่งปีครึ่งรวมถึงการสอบไล่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เกลี้ยกล่อมโรงเรียนให้ปล่อยตัวเขาออกมา โดยกล่าวว่าจะไปศึกษาเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดตามคำเชิญจากเพื่อนผู้เป็นแพทย์ของเขา โรงเรียนยินยอมให้ลาออก แต่เขาจะไม่ได้รับใบรับรองการศึกษาชั้นเรียนมัธยม
พ.ศ. 2443 เขาได้รับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และได้รับสิทธิ์พลเมืองสวิสในปี พ.ศ. 2444
ชีวิตครอบครัว
ไอน์สไตน์มีบุตรสาวหนึ่งคนกับมิเลวา มาริค ชื่อว่า ไลแซล (Lieserl) คาดว่าเกิดในตอนต้นปี พ.ศ. 2445 ที่เมือง Novi Sad
ไอน์สไตน์แต่งงานกับมิเลวาเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2446 แม้จะถูกมารดาคัดค้านเพราะนางมีอคติกับชาวเซิร์บ และคิดว่ามาริคนั้น “แก่เกินไป” ทั้งยัง “หน้าตาอัปลักษณ์” ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวและเป็นคู่ชีวิตที่มีสติปัญญา ในจดหมายฉบับหนึ่งถึงหล่อน ไอน์สไตน์เรียกมาริคว่า “สิ่งมีชีวิตที่เสมอกันกับผม ผู้ซึ่งแข็งแรงและมีอิสระเฉกเช่นเดียวกัน” มีการถกเถียงกันอยู่เป็นบางคราวว่า มาริคมีอิทธิพลต่องานของไอน์สไตน์บ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ต่างลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่มีบุตรคนแรกของไอน์สไตน์กับมิเลวา คือ ฮันส์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 ที่กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บุตรคนที่สองคือ เอดูอาร์ด เกิดที่ซูริคเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2453
อัลเบิร์ตกับมาริคหย่ากันเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2462 หลังจากแยกกันอยู่ 5 ปี ในวันที่ 2 มิถุนายนปีเดียวกันนั้น ไอน์สไตน์แต่งงานกับ เอลซา โลเวนธาล (นี ไอน์สไตน์) นางพยาบาลที่ช่วยดูแลอภิบาลระหว่างที่เขาป่วย เอลซาเป็นญาติห่างๆ ทั้งทางฝั่งพ่อและฝั่งแม่ของไอน์สไตน์ ครอบครัวไอน์สไตน์ช่วยกันเลี้ยงดู มาร์ก็อต และ อิลเซ ลูกสาวของเอลซาจากการแต่งงานครั้งแรกของเธอแต่ทั้งสองคนไม่มีลูกด้วยกัน
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2422 และได้เสียชีวิตลง ด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 รวมอายุได้ 76 ปี
ทฤษฏีที่อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ได้คิดค้น
1.การคิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ
2.แสง กับทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
3.ทฤษฎีแรงเอกภาพ


