ผู้นำเหนือผู้นำ ในการเปลี่ยนแปลงวิกฤต

ผู้นำเหนือผู้นำ ในการเปลี่ยนแปลงวิกฤต

ในภาคหนึ่งของงานสัมมนาเรื่อง Tranformational Change and Leadership Core Capabilities

จัดโดย ประชาชาติธุรกิจและเอพีเอ็ม กรุ๊ป ฟอรั่ม 2009 “อริญญา เถลิงศรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป ได้สรุป ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปสู่ชัยชนะและเกียรติยศ อันมีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายเรื่อง

หนึ่ง ผู้นำจะต้องนำในการเปลี่ยนแปลง คือการนำองค์กรขณะที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องมีปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่องค์กรต่างๆ จะต้องเผชิญมากมาย เพราะทุกคนสามารถเป็นผู้นำได้จริง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถนำพาองค์กรก้าวข้ามไปสู่ดินแดนใหม่ได้

สอง ผู้นำต้องเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ได้ คือผู้นำขององค์กรในตอนนี้ สามารถเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ซึ่งหลายๆ ท่านอาจเป็นผู้นำที่ดีในด้านการทำงานตามสภาวะปกติ แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ผู้นำไม่สามารถใช้วิธีการแบบเดิมๆ ได้ แต่จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับองค์กรได้ด้วย

สาม ผู้นำต้องรู้จุดเด่น จุดด้อยขององค์กร คือผู้นำต้องสำรวจดูว่า ในองค์กรของเรามีอาวุธครบมือหรือไม่ มีความพร้อม และมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไร เพื่อที่ผู้นำจะได้เข้าใจและวางกลยุทธ์ขององค์กรได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผลมากที่สุด ตรงไหนเป็นจุดเด่นจะต้องเสริม หรือตรงไหนเป็นจุดด้อยก็จะต้องแก้ไขให้ถูกจุด

นอกจากนั้น “อริญญา” ยังมองว่า การที่ผู้นำจะนำการเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเก่าๆ หรือยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ พร้อมกันนั้น เธอยังยกตัวอย่างเรื่องไทเกอร์ วูดส์ นักกอล์ฟอันดับหนึ่งของโลก ที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องโค้ชของไทเกอร์ วูดส์

เพราะนักข่าวเกิดความสงสัยว่า เมื่อคุณเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ทำไมคุณยังต้องการโค้ชอีกหรือ ?

ไทเกอร์ วูดส์ ตอบกลับไปว่า เพราะผมไม่เคยมองความสำเร็จในอดีต แต่ผมจะมองไปที่อนาคต ดังนั้นการที่ผมมีโค้ชมาช่วยก็เพื่อต้องการจะให้เขาสอนเรื่องการเดินทางไปสู่จุดที่พอใจสูงสุด เพราะทุกวันนี้ผมยังไม่พอใจ

“ผมยังต้องการการยอมรับในทุกสนามแข่งขันจากผู้ชมทุกคน”

ฉะนั้นผู้นำที่ต้องนำการเปลี่ยนแปลง จึงต้องค้นหาตัวตนขององค์กรให้เจอ และจะต้องมีกระบวนการ มีการวางแผน ที่สำคัญผู้นำจะต้องรู้ด้วยว่า ผู้ตามที่จะต้องติดตามไปกับเรานั้น เขามีไมนด์เซตอย่างไร

เขาเหล่านั้นมีความหลอมรวมเพื่อไปสู่ความสำเร็จด้วยกันหรือไม่ !

สิ่งเหล่านี้ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะต้องสร้างให้บุคลากรทุกคนในองค์กรเกิดความกระหาย และจะต้องระดมสมองช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นทีมเวิร์ก และจะต้องหาจุดที่พอใจสูงสุดที่ทำให้ทุกคนในองค์กรก้าวไปสู่ดินแดนใหม่พร้อมกัน ?

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คือ ผู้นำที่สร้างผู้นำ!

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คือ ผู้นำที่สร้างผู้นำ!

โดยทั่วไป ผู้นำต้องมีผู้ตามอยู่รายล้อม (โดยเฉพาะผู้ตามที่เชื่อฟังอย่างดี ปฏิบัติตามบทบาท ขุนพลพลอยพลัก อย่างเคร่งครัด!) แต่ผู้นำที่โดดเด่นและยิ่งใหญ่ (ซึ่งมีจำนวนน้อยจนนับรายได้) กลับรายล้อมไปด้วยผู้นำคนอื่นๆ และเป็นผู้นำเหล่านั้นที่นำเอามูลค่าและคุณค่าที่ยิ่งใหญ่มาสู่องค์กร

นี่คือคำกล่าวของ จอห์น ซี แม็กซ์เวลล์ ในหนังสือเล่มล่าสุด ‘เส้นทางสู่ขุมทอง’ Go For Gold ของเขา

ไม่เพียงแต่อุปสรรคปัญหาจะบรรเทาเบาบางลงไปเท่านั้น แต่ผู้นำที่รายล้อมด้วยผู้นำอื่นจะสามารถขยายต่อยอดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตลอดจนนโยบายต่างๆ ออกไปอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กุญแจหลักในการอยู่ท่ามกลางบรรดาผู้นำได้นั้น เริ่มต้นด้วยการค้นหาบุคคลที่ดีที่สุด และพัฒนาพวกเขาให้เป็นผู้นำที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยต้องอาศัยความมีใจกว้าง และมุทิตาจิต คือ การชื่นชมยินดีในความสำเร็จของลูกน้องอย่างแท้จริง! กระบวนการ 5 ขั้นตอนในการฝึกอบรมผู้นำ คือ

1. I Model ฉันทำ คุณดู เริ่มต้นด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ให้เห็นตลอดทั้งกระบวนการทำงาน และปล่อยให้ทีมงานได้ลงมือปฏิบัติตาม

2. I Mentor ฉันทำและคอยให้คำแนะนำ ฝึกทีมงานโดยการให้ทีมงานมายืนอยู่ข้างๆ คอยทำงานเป็นลูกมือ โดยผู้นำจะทำหน้าที่คล้ายโค้ช เป็นผู้อธิบายว่า ควรทำอย่างไร พลิกแพลงแก้ไขสถานการณ์อย่างไร และอธิบายที่เหตุผลว่า ทำไม ต้องทำในแต่ละขั้นตอนด้วย

3. I Monitor ทีมงานลงมือทำเอง ส่วนผู้นำกลับบทบาทมาเป็นลูกมือที่คอยแก้ไข ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะต้องสร้างให้เป็นพฤติกรรมเชิงบวกและมีการให้กำลังใจ ทำงานกับทีมงานจนเขาสามารถทำงานได้อย่างคงเส้นคงวา เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ผู้นำจะขอให้เขาอธิบายการเรียนรู้ทั้งหมดให้ฟัง

4. I Motivate ฉันให้กำลังใจ ผู้นำดึงตัวเองออกมาจากงานที่ทำและปล่อยให้ทีมงานฉายเดี่ยว ให้รู้จักการทำงานโดยไม่มีการสนับสนุนจากผู้นำ นอกเหนือไปจากกำลังใจเท่านั้น

5. I Multiply เพิ่มพูนผลทวี เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด คือ เมื่อผู้นำฝึกใหม่ทำงานได้ดีแล้ว ก็ควรที่จะได้โอกาสในการสอนคนอื่น การสอนในเรื่องใดก็ตาม คือ วิธีการดีที่สุดในการเรียนรู้เรื่องนั้นๆ

ความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้ตาม คือ การตระหนักในศักยภาพด้านการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของตนเอง จึงเป็นข้อสรุปที่ว่า ‘ผู้นำ คือ นักเรียนตลอดชีวิต’ และต้องยอมจ่าย ยอมเหนื่อย ยอมเสียสละเพื่อแลกมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าด้านภาวะผู้นำด้วย

มาถึงช่วงนี้ก็ขอแจ้งข่าวดีกับบรรดาผู้นำทั้งหลายว่า ท่านจะได้มีโอกาสเรียนรู้อีกครั้งกับปรมาจารย์ด้านภาวะผู้นำของโลก ดร. จอห์น ซี. แม็กซ์เวลล์ ในโอกาสเดินทางมาเยือนเมืองไทย พร้อมกับการจัดสัมมนาหัวข้อ ‘Leadership Resilience: Winning in Challenging Times’ วันเดียวเท่านั้น คือ วันที่ 1 กรกฏาคมนี้ ณ โรงแรมสวิสโซเท็ล เลอ คองคอร์ด พร้อมกับผู้นำระดับโลกอีก 5 ท่าน อาทิ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (10 ปี) อัล ไวส์ ประธานวอลท์ ดีสนีย์ แจ็ค นิคลอส นักกอลฟ์ระดับโลก ฯลฯ

ท่านที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษไม่ต้องห่วงครับ มีบริการแปลภาษาไทย ส่วนท่านที่พลาดการบรรยายครั้งก่อนๆ แนะนำให้รีบจองบัตร รับสิทธิพิเศษและรับหนังสือ 2 เล่มล่าสุด คือ เส้นทางสู่ขุมทอง และ ความสำเร็จสร้างได้ทุกวัน ที่โทรฯ 02 685 2254 หรือwww.dmgbooks.com

จบท้ายด้วยคำคมของ แจ็ค เวลช์ อดีตซีอีโอของจีอี ‘ก่อนที่คุณจะเป็นผู้นำ ความสำเร็จของคุณอยู่ที่การพัฒนาตนเอง แต่เมื่อคุณเป็นผู้นำแล้ว ความสำเร็จของคุณอยู่ที่การพัฒนาผู้อื่น’ และเวลาที่ว่านั้น เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้ โชคดีครับ!

บทบัญญัติ 10 ประการของการเป็นผู้นำที่ดี


บทบัญญัติ 10 ประการของการเป็นผู้นำที่ดี คือ

1.     คัดสรรจ้างคนที่มีความสามารถระดับต้นๆ

2.     จัดคนลงในตำแหน่งต่างๆอย่างเหมาะสม

3.     บอกพนักงานแต่ละคนให้ชัดเจนว่าหน้าที่ของเขาคืออะไร

4.     บอกเหตุผลให้พนักงานได้เข้าใจว่า ทำไมจึงมีคำสั่งให้เขาจะต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

5.     มีความไว้วางใจให้กับพนักงานที่ได้มอบหมายหน้าที่ให้ไปแล้ว

6.     ผู้นำต้องเชื่อในการลงทุนด้านการฝึกอบรม

7.     ผู้นำที่ดีต้องเป็นคนที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานทุกระดับ

8.     ผู้นำที่ดีต้องรับรู้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ

9.     ผู้นำที่ดีต้องตรวจสอบความก้าวหน้าขององค์กร

10.   ผู้นำที่ดีต้องกล่าวขอบคุณพนักงานที่ทำงานได้ลุล่วงทั้งเป็นการส่วนตัวและในที่สาธารณชน

โดย ดร. เสรี วงษ์มณฑา