Gold Futures

รู้จักกฎเหล็ก 7 ประการก่อนลงทุน Gold Futures

การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความเสี่ยงทั้งนั้น ยิ่งสินทรัพย์ทองคำที่เป็น “save heaven” เพราะเป็นการนำราคาทองคำมาเก็งกำไรล่วงหน้า

โดยใช้เงินลงทุนเพียง 10% ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับลงทุนทองคำแท่งที่ใช้เงินสดซื้อ 100% ดังนั้นสัดส่วนเงินลงทุน 1 เท่า ก็มีโอกาสที่จะได้กำไรหรือขาดทุนสูงถึง 10 เท่าทีเดียว ทางบริษัท ทีซี ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จึงแนะนำกฎเหล็ก 7 ประการก่อนการลงทุนใน Gold Futures

1.เงินลงทุนควรเป็นเงินเย็น คือควรจะเป็นเงินออมหรือเงินลงทุนได้ระยะยาว ไม่ต้องรีบใช้ในระยะสั้นๆ ข้างหน้านี้ เพราะไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ตาม

สิ่งแรกที่ไม่ควรลืม คือควรจะแบ่งเงินลงทุนออกมาให้ชัดเจน จะต้องกำหนดระยะเวลาลงทุน โดยจะต้องแน่ใจว่าไม่มีความต้องการใช้เงินก้อนที่แบ่งออกมานี้ตลอดระยะเวลาลงทุน และเตรียมพร้อมว่ามีโอกาสจะสูญเสียเงินก้อนนี้ไปได้

2.รู้จริงเรื่อง Gold Futures ถือเป็นพื้นฐานที่ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ตาม จะต้องรู้จริงในสินทรัพย์ลงทุน ผู้ลงทุนจะต้องรู้จริงว่าเรากำลังลงทุนอะไร และมีความเสี่ยงมากน้อยอย่างไร

3.รู้จริงเรื่องราคาและปัจจัยที่มีผลต่อราคาขึ้นหรือลง เพราะราคาทองใน Gold Futures ไม่ได้ถูกผลักดันเพียงการ ซื้อขายในประเทศเท่านั้น ยังมีราคาอ้างอิง ที่มีความสำคัญคือราคาทองคำในตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท

ซึ่งราคาทองคำโลกนี้ก็ได้รับแรงผลักดัน จากหลายแง่มุมด้วยอุปสงค์อุปทานจากแหล่งต่างๆ ทั้งภาครัฐ (official sector) เครื่องประดับ (jewelry) การลงทุน (investment) การเก็งกำไร (specula tion) และภาคอุตสาหกรรม (industrial production) สำหรับค่าเงินบาทนั้น นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่นอกเหนือการควบคุม ของรัฐบาลไทยอีกด้วย ดังนั้นผู้ลงทุนจึงควรติดตามข่าวรอบโลกและศึกษาผลกระทบเป็นอย่างดี

4.ใช้มาร์เก็ตติ้งให้เป็นประโยชน์ นั่นคือการอัพเดตข้อมูลที่มีผลต่อราคาทอง ความเคลื่อนไหวราคาทอง เพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ก็ต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า มาร์เก็ตติ้งมีไว้ให้ข้อมูล แต่ไม่ใช่เพื่อตัดสินใจแทน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงแบบไม่รู้ตัว

5.เข้าใจลักษณะนิสัยการลงทุนของตนเองและเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม เนื่องจากแต่ละคนก็มีรูปแบบในการลงทุนแตกต่างกันไป จึงต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่าต้องการอะไร นิสัยการลงทุนเป็นอย่างไร ชอบลงทุนระยะสั้นหรือยาว มีระเบียบวินัยการลงทุนหรือไม่ และทนรับความกดดันจากภาวะต่างๆ ได้หรือไม่ ที่สำคัญชอบตัดสินใจโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือ ความรู้สึกมากกว่ากัน เพื่อช่วยเลือกกลยุทธ์ในการซื้อขายได้อย่างเหมาะสม

6.กำหนดขอบเขตกำไรและขาดทุน นั่นคือการต้องรู้จักพอ เมื่อได้กำไรตามที่ต้องการแล้วต้องรู้จักเก็บกำไรนั้น หรือถ้าขาดทุนเมื่อไรจะต้องรู้จักยอมรับผิด หากว่ามีการคาดการณ์ผิดพลาด รับการตัดขาดทุน (cut loss) แล้วจึงกลับมาเริ่มต้นใหม่

7.ติดตามวัดผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยวัดเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งที่นิยมสำหรับสินทรัพย์อย่างเดียวน่าจะเป็นการซื้อแล้วถือ (buy and hold) หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าหลับหูหลับตาซื้อนั่นเอง ถ้าสามารถทำกำไรได้มากกว่าเกณฑ์อ้างอิงอย่างสม่ำเสมอ ก็ต้องตอบตัวเองได้ว่าทำอย่างไร แต่ถ้าเราทำไม่ได้ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะแก้ไขอย่างไร

ดังนั้นนักลงทุนต้องค้นหาตัวเองให้เจอ และที่สำคัญต้องจำกฎเหล็กนี้ให้ขึ้นใจ ก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน จะช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง