ขาดทุนหรือกำไรใน “อีเบย์”

ขาดทุนหรือกำไรใน “อีเบย์”

สิ่งที่ต้องเรียนรู้ก่อนโดดเข้าอีเบย์ก็มีขั้นตอนเช่นเดียวกับการขายแบบอื่นๆ ที่เหล่านักขายจะต้องเริ่มศึกษา

ซึ่งก็คือจะต้องเรียนรู้ ขั้นตอนการโพสต์สินค้า การทำให้รูปสวยการตอบคำถามลูกค้าและขั้นตอนของการเป็นสุดยอดนักขายในอีเบยซึ่งมีทั้งหนังสือ และเว็บไซต์แนะนำขั้นตอนต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของอีเบย์คือไม่ต้องสต๊อกสินค้า แต่ถ้าจะทำเป็นอาชีพต้องใช้เวลา เพราะผู้ประกอบการจะต้องมองหาสินค้าที่ถูกกับตลาดพร้อมกับการสร้างความเชื่อถือให้กับกลุ่มลูกค้าเป็นระยะเวลานาน

และก่อนเริ่มทำธุรกิจบนอีเบย์ ปัญหาที่ทุกคนจะต้องประสบก็คือ เรื่องการคำนวณต้นทุน อีเบย์ไม่ใช่ของฟรี มีต้นทุนในการวางสินค้าที่หน้าร้านและค่าคอมมิสชั่น เช่นถ้าเป็นสินค้าหมวด เสื้อผ้า อัญมณี จะเริ่มต้นที่ 0.15 ดอลลาร์ หรือราว 5 บาท

นอกจากนี้เมื่อขายได้ก็จะมีค่าคอมมิสชั่น เริ่มต้นที่ 8.75 ของราคาประมูล ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องนำมาคำนวณก่อนที่จะตั้งราคา สำหรับผู้ที่ต้องการคำนวณต้นทุน สามารถเข้าไปได้ที่ Thaiebayuser.com

และเมื่อขายสินค้าได้แล้ว ผู้ประกอบการจะต้องมีระบบการเงิน ในโลกของการขายออนไลน์นั้นก็คือ Paypal ก็จะมีต้นทุนค่าธรรมเนียมในการโอนเงินจากประเทศนั้นๆ มาประเทศไทย เงินจะถูกแปลงเป็นดอลลาร์ มาสู่แบงก์ชาติของไทยก่อนที่จะส่งผ่านสู่แบงก์พาณิชย์ และแปลงมาเป็นเงินบาทอีกที ตรงนี้ก็จะมีจำนวนเงินที่หายไปอีกส่วนหนึ่งจากการแปลงสกุลเงินรวมทั้ง PayPal เองจะเริ่มคิดค่าธรรมเนียม ตั้งแต่ยอดเงินที่ 50.01-100 ดอลลาร์ คิดค่าธรรมเนียม 3 ดอลลาร์ จำนวนเงินการโอนตั้งแต่ 100.01-2,000 ดอลลาร์ คิดค่าธรรมเนียม 5 ดอลลาร์ และ 200.01-50,000 ดอลลาร์ คิดค่าธรรมเนียม 10 ดอลลาร์

ต้นทุนในการขนส่งสินค้า ก็เป็นต้นทุนอันหนึ่ง ในกรณีที่เป็นสินค้ามีค่าการขนส่งอาจจะมีค่าประกันสินค้าอีกด้วย ถ้าเป็นสินค้าที่มีต้นทุนในการผลิต ผู้ประกอบการจะต้องคิดคำนวณ ต้นเหตุตรงนี้ให้ดีเสียก่อน และมีบ่อยครั้งที่มีการวางสินค้าแต่เมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้นแล้ว สินค้าบวกค่าขนส่ง ค่าวางสินค้า ค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว อาจจะขาดทุนไปเลยก็มี

จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สินค้าบนอีเบย์จำนวนมากเริ่มต้นมาจากสินค้าก้นครัว สินค้าที่ไม่มีต้นทุนเป็นอันดับแรกและเมื่อเริ่มคุ้นชินแล้วก็จะเริ่มขายของที่มีมูลค่ามากขึ้นตามลำดับ