FTA Thai – Australia

FTA Thai – Australia


ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand – Australia Free Trade Agreement: TAFTA)

วันที่ลงนาม  5 ก.ค. 47

วันที่ความตกลงมีผลบังคับใช้  1 ม.ค. 48

ร้อยละของจำนวนรายการสินค้าที่ลดภาษีเป็น 0

ออสเตรเลีย

1 ม.ค. 48 = 83.21%

1 ม.ค. 53 = 96.07%

1 ม.ค. 58 = 100%

ไทย

1 ม.ค. 48 = 49.48%

1 ม.ค. 53 = 93.28%

1 ม.ค. 68 = 100%

ความเป็นมา
ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย หรือ Thailand-Australia Free Trade Agreement (TAFTA) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548 โดยกำหนดให้ไทยและออสเตรเลียเริ่มเปิดเสรีการค้าทั้งในด้านสินค้า การบริการ และการลงทุน ระหว่างกัน รวมทั้งร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี เช่น มาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดของออสเตรเลีย และมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และในสาขาต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และนโยบายการแข่งขัน เป็นต้น

การเปิดเสรีการค้าสินค้า
ออสเตรเลีย : ณ วันที่ 1 มกราคม 2553 ออสเตรเลียลดภาษีเป็น 0 ไปแล้วจำนวน 96.07% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด ส่วนรายการที่เหลือ ได้แก่ สิ่งทอและเสื้อผ้า จัดเป็นสินค้าอ่อนไหว ซึ่งจะลดภาษีเป็น 0 ในปี 2558

ไทย : ณ วันที่ 1 มกราคม 2553 ไทยลดภาษีเป็น 0 ไปแล้วจำนวน 93.28% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด ส่วนรายการที่เหลือเป็นสินค้าอ่อนไหว เช่น สินค้าปศุสัตว์ (เนื้อวัว เนื้อหมู นม เนย) ชา และกาแฟ จะทยอยลดภาษีเป็น 0ในปี 2558/2563

อย่าง ไรก็ตาม เพื่อให้ระยะเวลาที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมภายในประเทศในการปรับตัว ไทยและออสเตรเลียได้ตกลงที่จะให้มีการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ หรือ Special Safeguard Measures: SSG) สำหรับสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหวมาก เช่น เนื้อวัวและเนื้อหมู เครื่องในสัตว์อื่นๆ นมและผลิตภัณฑ์นม โดยหากมีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเกินปริมาณที่กำหนด (trigger volume) ประเทศผู้นำเข้าสามารถกลับไปขึ้นภาษีที่อัตราเดิมก่อนเริ่มลดหรืออัตรา MFN ในขณะนั้น โดยใช้อัตราใดที่ต่ำกว่า ซึ่งไทยสามารถใช้มาตรการนี้จนถึงปี 2558/2563 ทั้งนี้ ณ ปัจจุบันออสเตรเลียไม่มีสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการปกป้องพิเศษ

กฎแหล่งกำเนิดสินค้า

ในการที่ผู้ส่งออกของทั้งสองประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรภาย ใต้ความตกลงนี้ สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติของกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ในแต่ละรายการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 1) สินค้าที่ผ่านการผลิตในประเทศโดยใช้วัตถุดิบภายในทั้งหมด (Wholly Obtained) เช่น สินแร่ สินค้าเกษตรกรรม และสินค้าที่ได้จากสัตว์มีชีวิตในประเทศ และ 2) สินค้าที่มีการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Substantial Transformation) โดยการเปลี่ยนพิกัด (Change of Tariff Classification) เพราะการแปรรูป และการใช้วัตถุดิบภายในไทย/ออสเตรเลียเป็นสัดส่วนสำคัญในการผลิต (Regional Value Content) ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ 40% หรือ 45% ของราคาสินค้า

-                     รายละเอียดความตกลง ไทย/อังกฤษ

-                     ตารางการลดภาษีของออสเตรเลีย

-                     ตารางการลดภาษีของไทย

-                     รายการสินค้าภายใต้โควตาภาษี

-                     รายการสินค้าของไทยและออสเตรเลียภายใต้ SSG

-          กฎแหล่งกำเนิดของสินค้าภายใต้ TAFTA

-          การขอใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า

-          เงื่อนไขการส่งออกผลไม้สดไปออสเตรเลีย

-         กฎและระเบียบการนำเข้าสินค้าอาหารของออสเตรเลีย

การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน (สรุป)

ออสเตรเลียจะ เปิดให้คนไทยสามารถเข้าไปลงทุนในธุรกิจทุกประเภทได้ 100% ยกเว้น หนังสือพิมพ์ การกระจายเสียง การขนส่งทางอากาศ และท่าอากาศยาน อย่างไรก็ตาม หากเป็นการลงทุนที่มีขนาดเกิน 10 ล้านเหรียญออสเตรเลีย จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนของต่างชาติก่อน พร้อมกันนี้ ออสเตรเลียจะอนุญาตให้ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้เชี่ยวชาญ และคู่สมรสและผู้ติดตาม เข้าไปทำงานได้คราวละ 4 ปี โดยต่ออายุได้ไม่เกิน 10 ปี รวมทั้งให้พ่อครัวไทยที่ได้รับประกาศนียบัตรของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและสัญญา ว่าจ้างงานจากกิจการในออสเตรเลียเข้าไปทำงานได้ไม่เกิน 4 ปี พร้อมกับยกเลิก Labor Market Test หรือ ข้อจำกัดที่กำหนดให้นายจ้างในออสเตรเลียต้องประกาศหาคนในประเทศมาสมัครเข้า ทำงานก่อนเป็นเวลา 4 สัปดาห์ หากไม่มีผู้ใดมาสมัครจึงจะอนุญาตให้ว่าจ้างคนงานจากต่างประเทศได้

-พันธกรณีด้านการค้าบริการและการลงทุนของออสเตรเลีย

ส่วนไทยจะ เปิดให้ออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในธุรกิจซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลง ทุนสูงเช่น ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ หอประชุม การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค สถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงแรมขนาดใหญ่ อุทยานสัตว์น้ำ มารีน่า และเหมืองแร่ โดยให้คนออสเตรเลียถือหุ้นได้ไม่เกิน 60% และกำหนดขนาดของพื้นที่และเงินลงทุนขั้นต่ำไว้เป็นเงื่อนไข พร้อมกันนี้ ไทยจะอนุญาตให้นักธุรกิจออสเตรเลียเข้ามาทำงานในไทยได้เฉพาะตำแหน่งผู้ บริหาร ผู้จัดการ และผู้เชี่ยวชาญ โดยเข้ามาทำงานได้คราวละ 1 ปี ต่ออายุได้ไม่เกิน 5 ปี และสามารถใช้บริการ one stop service ได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 30 ล้านบาท และนักธุรกิจผู้ถือบัตร APEC Business Travel Card สามารถเข้ามาประชุมและติดต่องานในไทยได้ไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน

- พันธกรณีด้านการค้าบริการและการลงทุนของไทย

- ข้อมูลการจัดตั้งร้านอาหาร/ภัตตาคารไทยในประเทศออสเตรเลีย

- ธุรกิจร้านอาหารไทยในออสเตรเลีย

- ธุรกิจแต่งผม

- ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอาหาร

- วิธีปฏิบัติสำหรับนักลงทุนออสเตรเลีย

ความร่วมมือด้านการค้า

ไทยและออสเตรเลียได้ตกลงที่จะร่วมมือกันในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้การค้าระหว่างกันมีความโปร่งใสและคล่องตัวมากขึ้น เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยเพื่อแก้ไขปัญหาของสินค้าที่ติด มาตรการด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ พร้อมทั้ง ร่วมมือกันในด้านพิธีการด้านศุลกากร มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา และนโยบายการแข่งขัน โดยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการจัดฝึกอบรมและสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้งสองประเทศ

Thailand – Australia Free Trade Agreement: TAFTA

Thailand-Australia Free Trade Agreement

Thailand – Australia FTA Annexes

Tariff Schedule of Thailand (Cover)

Tariff Schedule of Thailand

Tariff Schedule of Australia (Cover)

Tariff Schedule of Australia

Tariff Quotas for Products under Category TQ (Cover)

Tariff Quotas for Certain Agricultural Sensitive Products

Rules of Origin (Annex 4.1)

Special Safeguards For Certain Sensitive Agricultural Products of Thailand (Annex 5)

Special Safeguards For Certain Sensitive Agricultural Products of Australia (Annex 5)

Thailand’s Schedule of Commitments (Annex 8)

Australia”s Schedule of Commitments (Annex 8)

TRQs Side Letters

Services Side Letters

Memorandum of Understanding Regarding the Determination of the List under Artical 403(2)

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- โอกาสการเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (คู่มือการใช้ประโยชน์ฯ)

- Fact Book

- โอกาสส่งออกของไทย

- แนะนำโอกาสในการประกอบธุรกิจ

- ตอนที่1

- ตอนที่2

- ข้อมูลพื้นฐานประเทศออสเตรเลีย (Updated November 2009)

FTA – New Zealand

FTA – New Zealand


ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand - New Zealand Closer Economic Partnership : TNZCEP)

วันที่ลงนาม 19 เม.ย. 48

วันที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ 1 ก.ค. 48

ร้อยละของจำนวนรายการสินค้าที่ลดภาษีเป็น 0

นิวซีแลนด์

1 ก.ค. 48 = 79.08%

1 ม.ค. 53 = 88.46%

1 ม.ค. 58 = 100%

ไทย

1 ม.ค. 48 = 54.10%

1 ม.ค. 53 = 89.72%

1 ม.ค. 68 = 100%

ความเป็นมา
ไทย และนิวซีแลนด์มีการลงนามความตกลงฯ ในเดือนเมษายน 2548 เพื่อให้ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการเปิดตลาดด้านการค้าสินค้า บริการ การลงทุน และความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และนโยบายการแข่งขัน เป็นต้น

การเปิดเสรีการค้าสินค้า

นิวซีแลนด์ : ณ วันที่ 1 มกราคม 2553 นิวซีแลนด์ลดภาษีเป็น 0 ไปแล้วจำนวน 88.46% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด ส่วนรายการที่เหลือ ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้า จัดเป็นสินค้าอ่อนไหว ซึ่งจะลดภาษีเป็น 0 ในปี 2558

ไทย : ณ วันที่ 1 มกราคม 2553 ไทยลดภาษีเป็น 0 ไปแล้วจำนวน 89.72% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด ส่วนรายการที่เหลือเป็นสินค้าอ่อนไหว เช่น นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อวัว เนื้อหมู หัวหอมและเมล็ด สิ่งพิมพ์ Fiberboard Particleboard จะลดภาษีเป็น 0ในปี 2563

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ระยะเวลาที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมภายในประเทศในการปรับตัว ไทยและนิวซีแลนด์ได้ตกลงให้มีการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguards) สำหรับสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าอ่อนไหวเพื่อให้ภาคการผลิตภายในประเทศมีเวลาปรับตัว กล่าวคือ หากมีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเกินปริมาณที่กำหนด (Trigger Volume)ประเทศผู้นำเข้าสามารถกลับไปขึ้นภาษีที่อัตราเดิมก่อนเริ่มลดหรืออัตรา MFN ในขณะนั้น โดยใช้อัตราใดอัตราหนึ่งที่ต่ำกว่า สำหรับไทยได้มีการใช้มาตรการปกป้องพิเศษสำหรับสินค้า 41 รายการได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เครื่องในสัตว์ นมและครีม หางนม เนย ไขมันนม เนยแข็ง บัตเตอร์มิลค์ น้ำผึ้งธรรมชาติ ส้มแมนดาริน องุ่นสด และมันฝรั่งแปรรูป และไทยสามารถใช้มาตรการนี้ได้จนถึงปี พ.ศ. 2558 และ พ.ศ. 2563สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมอื่นๆ หากมีการนำเข้าเพิ่มมากขึ้นอันมีสาเหตุเนื่องมาจากการลดภาษีจนทำให้ อุตสาหกรรมภายในเสียหายก็สามารถใช้มาตรการปกป้อง (Safeguards) ได้เป็นการชั่วคราว เพื่อให้อุตสาหกรรมภายในมีเวลาปรับตัว

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ไม่มีสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการปกป้องพิเศษ

กฎแหล่งกำเนิดสินค้า

ในการที่ผู้ส่งออกทั้งสองประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรภายใต้ ความ ตกลงนี้ สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติของกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ ในแต่ละรายการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ 1) สินค้าที่ผ่านการผลิตในประเทศโดยใช้วัตถุดิบภายในทั้งหมด (Wholly Obtained) และ 2) สินค้าที่มีการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Substantial Transformation) โดยการเปลี่ยนพิกัด (Change of Tariff Classification) เพราะการแปรรูป และการใช้วัตถุดิบภายในไทย/นิวซีแลนด์เป็นสัดส่วนสำคัญในการผลิต (Regional Value Content) ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 40 และ 45 ของราคาสินค้า

การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน

ทั้งสองฝ่ายมีข้อผูกพันที่จะเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการภายใน 3 ปี หลังความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ โดยในระหว่างที่ยังไม่มีการเจรจา ทั้งสองฝ่ายจะอำนวยความสะดวกให้คนไทยและนิวซีแลนด์เดินทางไปทำงานและติดต่อ ธุรกิจในอีกประเทศหนึ่งได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยนิวซีแลนด์จะอนุญาตให้พ่อครัวไทยที่ได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรง งานเข้าไปทำงานได้คราวละ 3 ปี และต่ออายุได้อีก 1 ปี โดยมีสัญญาจ้างงาน ส่วนไทยจะอนุญาตให้นักธุรกิจนิวซีแลนด์ที่เข้ามาประชุมและติดต่องานในไทย สามารถยื่นขอ Multiple Entry Visa ณ สถานทูตไทยในต่างประเทศได้ และให้นักธุรกิจเข้ามาประชุมและติดต่องานในไทยได้ไม่เกิน 90 วัน รวมทั้งให้นักลงทุนนิวซีแลนด์ใช้บริการศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 30 ล้านบาท (Side Letter: Temporary Entry for New Zealand Business People in Thailand) /(Side Letter: Temporary Entry for Thai chefs in New Zealand)

ส่วนในเรื่องการลงทุน นิวซีแลนด์จะให้คนไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจทุกประเภทได้ 100% ยกเว้นประมง และหากเป็นการลงทุนที่มีขนาดเกิน 50 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการลงทุนต่างชาติก่อน โดยในอนาคตนิวซีแลนด์จะพิจารณาขยายเพดานการลงทุนที่ต้องขออนุญาตจาก 50 ล้านเหรียญฯ เป็น 100 ล้านเหรียญฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยมากขึ้น ส่วนไทยจะเปิดเสรีการลงทุนทางตรงให้คนนิวซีแลนด์ลงทุนได้ 100% ในธุรกิจผลิตสินค้าบางประเภทโดยเฉพาะธุรกิจที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลง ทุน โดยต้องนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท อาทิ ธุรกิจผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซอฟแวร์ เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์กระดาษ การแปรรูปอาหารที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะให้การส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันโดยมีสาระสำคัญ ทำนองเดียวกับความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) (New Zealand’s Schedule on Investment) //(Thailand’s Schedule on Investment)

ความร่วมมือด้านต่างๆเกี่ยวกับการค้า

ไทย และนิวซีแลนด์จะร่วมมือกันพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและสนับสนุนให้การค้าระหว่างสอง ประเทศมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เช่น พิธีการด้านศุลกากร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายการแข่งขัน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าระหว่างกัน การจัดอบรมและสัมนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรทั้งสองประเทศ

พร้อมกันนี้ ไทยและนิวซีแลนด์จะจัดตั้งคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหามาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ที่เข้มงวดของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออกสินค้าผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ของไทย ทั้งนี้ สินค้าเบื้องต้น (Priority Products) ที่ไทยได้ระบุไว้เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 2 ปี ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ขิงสด และทุเรียน (Side Letter: Product Priorities for SPS Market Access)

Thailand – New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP

-  Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership Agreement (TNZCEP)

-  Tariff Schedule-Thailand (Cover Sheet)

-  Tariff Schedule- Thailand

-  Tariff Schedule- New Zealand (Cover Sheet)

-  Tariff Schedule- New Zealand

-  Tariff Quotas- Thailand (Cover Sheet)

-  Tariff Quotas Schedule- Thailand

-  Rules of Origin

-  Special Safeguards- Thailand

-  Investment Schedule- Thailand

-  Investment Schedule- New Zealand

-  Side Letter: Product Priorities for SPS Market Access

-  Side Letter: Temporary Entry for New Zealand Business People in Thailand

-  Side Letter: Temporary Employment for Thai Chefs in New Zealand

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- Fact Book

- ความตกลง

- โอกาสการเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (คู่มือการใช้ประโยชน์ฯ)

- ข้อมูลพื้นฐานประเทศนิวซีแลนด์

FTA Thai – India

FTA Thai – India


เขตการค้าเสรี ไทย-อินเดีย (India-Thailand Free Trade Area: ITFTA)

- เริ่มลดภาษี Early Harvest Scheme (82 รายการ) 1 ก.ย. 2547

- ลดภาษีเป็น 0 วันที่ 1 ก.ย. 2549

ไทยและอินเดียได้ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-อินเดีย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2546 โดยสาระสำคัญของกรอบความตกลงฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ (รายละเอียดกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย //  พิธีสารแก้ไขกรอบความตกลง)

การเปิดเสรีการค้าสินค้า
การเปิดเสรีการค้าสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเร่งลดภาษีสินค้าบางส่วนทันที (Early Harvest Program) และการลดภาษีสินค้าทั่วไป

- การเร่งลดภาษีสินค้าบางส่วนทันที (Early Harvest Scheme: EHS) ไทยและอินเดียได้ยกเลิกภาษีสินค้าจำนวน 82 รายการ เช่น เงาะ ลำไย มังคุด ทุเรียน ข้าวสาลี อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ (พลอยสี) เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ บอลล์แบริ่ง และส่วนประกอบของเครื่องยนต์ เป็นต้น (รายการสินค้าภายใต้ Early Harvest Scheme)ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2549

สินค้าที่จะได้รับสิทธิการลดภาษีภายใต้ EHS ต้องได้แหล่งกำเนิดของสินค้าตามกฎเกณฑ์ที่ได้ตกลงกันไว้ คือ สินค้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด (Wholly Obtained) หรือ สินค้าที่ผลิตในไทยหรืออินเดียโดยมีการนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งอื่นไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากรในระดับที่กำหนดไว้ (Change in Tariff Classification) และมีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของวัสดุในประเทศตามที่กำหนด (Local Value Added Content) (กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าชั่วคราว)

ผู้ส่งออกสามารถขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ภายใต้ Form FTA  เพื่อจัดทำคำขอให้ตรวจ/รับรองคุณสมบัติทางด้านแหล่งกำเนิดของสินค้า พร้อมคำรับรองและรายละเอียดต้นทุนการผลิตสินค้า ตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศ กำหนด (รายละเอียดwww.dft.go.th)

สินค้าส่งออกสำคัญภายใต้ EHS ได้แก่ โพลิคาร์บอเนต เครื่องรับโทรทัศน์สี เครื่องปรับอากาศ อะลูมิเนียมเจือ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ อิพอกไซด์เรซิน เป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ กระปุกเกียร์ แท็ปและก๊อก ของทำด้วยเหล็กและเหล็กกล้า เป็นต้น

- การลดภาษีสินค้าทั่วไป:

อยู่ระหว่างการจัดทำความตกลงการค้าสินค้า (Agreement on Trade in Goods) โดยจะเปิดตลาดสินค้ารวมประมาณ 90% ของพิกัดฯ ใช้อัตราภาษีปกติ (MFN applied rate) ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 เป็นอัตราฐานในการลด/ยกเลิกภาษี แบ่งการลดภาษีเป็น

¨       กลุ่มสินค้าปกติ (Normal Track: NT) ลดภาษีเหลือ 0%

¨       กลุ่มสินค้าอ่อนไหว (Sensitive Track: ST) ลดภาษีเหลือ 5%

¨       กลุ่มสินค้าไม่ลดภาษี (Exclusion List: EL) จะไม่มีการลดภาษีสินค้ากลุ่มนี้

การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน
อยู่ระหว่างการจัดทำร่างความตกลงการค้าบริการ และร่างความตกลงการลงทุน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- Fact Book
- ความตกลง
- ข้อมูลพื้นฐานประเทศอินเดีย

FTA Thai – Japan

FTA Thai – Japan


ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA)

ลงนาม 3 เม.ย. 50

เริ่มลดภาษี 1 พ.ย. 50

ลดภาษีเป็น 0

ญี่ปุ่น

1 พ.ย. 50 = 86.14%

1 เม.ย.60 = 91.21%

ไทย

1 พ.ย. 50 = 31.07%

1 เม.ย.60 = 97.59%

ปัจจุบันภาษีเป็น 0

ญี่ปุ่น 86.14%

ไทย 63.0%

ความเป็นมา
ในระหว่างการประชุม Boao Forum for Asia ณ มณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2545 นายกรัฐมนตรีไทยและญี่ปุ่นได้หารือและเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อศึกษาการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-ญี่ปุ่น เพื่อผลักดันความร่วมมือที่ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งด้านการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งการจัดทำความตกลงการค้าเสรี โดยให้ยึดรูปแบบความตกลง Japan-Singapore for a New-Age Economic Partnership Agreement (JSEPA) เป็นตัวอย่างในการทำความตกลงไทย-ญี่ปุ่น และต่อมา ในวันที่ 11 ธันวาคม 2546 ผู้นำทั้งสองได้พบหารือทวิภาคีและเห็นชอบให้เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อจัดทำความตกลง JTEPA โดยให้เริ่มการประชุมเจรจาครั้งแรกที่ประเทศไทยในต้นปี 2547

การเจรจา
ในเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายได้แบ่งกลุ่มการเจรจาไว้ทั้งสิ้น 21 กลุ่ม อาทิ การเปิดตลาดสินค้า และบริการ การลงทุนและการเคลื่อนย้ายบุคคล ทรัพย์สินทางปัญญา มาตรการปกป้องทางการค้า พิธีการด้านศุลกากร นโยบายการแข่งขัน กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า เป็นต้น โดยแต่ละกลุ่มจะมีผู้นำเจรจา ทั้งนี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจา JTEPA อย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 1 ที่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2547 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องกันในกรอบการเจรจา (Framework of the Negotiations) หรือ TOR ของ JTEPA อาทิ หลักการการเจรจา โครงสร้างและขอบเขตการเจรจา ซึ่งรวมเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน และความร่วมมือด้านบวกในสาขาต่างๆ เช่น ความร่วมมือด้านการบริการการเงิน ความร่วมมือด้านการเกษตร ป่าไม้และประมง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
หลังจากทั้งสองฝ่ายได้เจรจาทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการมากกว่า 10 ครั้ง ก็สามารถบรรลุผลการเจรจาอย่างสมบูรณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2549 และนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ร่วมลงนามความตกลงนี้แล้วเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมความร่วมมือด้านการเกษตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมความร่วมมือ 7 สาขาด้วย
สถานะล่าสุด

ไทยและญี่ปุ่นเริ่มบังคับใช้ความตกลง JTEPA แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550

เอกสารความตกลง JTEPA

Agreement between Japan and the Kingdom of Thailand for an Economic Partnership

ความตกลง Basic Agreement

ความตกลง Basic Agreement (เฉพาะข้อบท)                                                 English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 1 ที่กล่าวถึงในบทที่ 2 ตารางที่เกี่ยวข้องกับข้อ 18

- ส่วนที่ 1 หมายเหตุทั่วไป                                                              English ภาษาไทย

- ส่วนที่ 2 หมายเหตุสำหรับตารางของญี่ปุ่น

(ตารางการลดภาษีของญี่ปุ่น – สำหรับการส่งออกไปญี่ปุ่น)                     English ภาษาไทย

- ส่วนที่ 3 หมายเหตุสำหรับตารางของไทย

(ตารางการลดภาษีของไทย – สำหรับการนำเข้าจากญี่ปุ่น)                      English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 2 ที่กล่าวถึงในบทที่ 3

กฎเฉพาะผลิตภัณฑ์                                                                      English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 3 ที่กล่าวถึงในบทที่ 3

ข้อกำหนดเรื่องข้อมูลขั้นต่ำสำหรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า               English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 4 ที่กล่าวถึงในบทที่ 6

ภาคผนวกว่าด้วยผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า                                                     English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 5 ที่กล่าวถึงในบทที่ 7

ตารางข้อผูกพันเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับข้อ 77                                         English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 6 ที่กล่าวถึงในบทที่ 8

ตารางที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน                                                         English ภาษาไทย

• ภาคผนวก 7 ที่กล่าวถึงในบทที่ 9

ข้อผูกพันเฉพาะสำหรับการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา                             English ภาษาไทย

ความตกลง Implementing Agreement                                                        English ภาษาไทย

แถลงการณ์ร่วมในโอกาสการลงนาม JTEPA                                                    English ภาษาไทย

หนังสือแลกเปลี่ยนระหว่าง รมว. การต่างประเทศ                                              English ภาษาไทย

แถลงการณ์ร่วมระหว่าง รมว. พาณิชย์ของไทย และ รมว. เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

English ภาษาไทย

แถลงการณ์ร่วมระหว่าง รมว. เกษตรและสหกรณ์ของไทย และ รมว. เกษตร ป่าไม้และประมงของญี่ปุ่น

English ภาษาไทย

ตารางการลดภาษีของญี่ปุ่นประจำปี 2553(updates มกราคม 2553)

ตารางการลดภาษีของไทย

ประกาศลดภาษีสำหรับความตกลง JTEPA

ประกาศลดภาษีสำหรับความตกลง JTEPA (ฉบับที่ 2)

ประกาศลดภาษีสำหรับความตกลง JTEPA (ฉบับที่ 3)

การค้าบริการและการลงทุนภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA)

- สรุป

- JTEPA Text (p44-74 SERVICES I MNP)

- JTEPA Final SERVICES ANNEX (p791-931 THp852)

- JTEPA Final INVESTMENT ANNEX 6 (p932-961 THp948)

- JTEPA Final MNP ANNEX 7 (p962-975 THp968)

กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์(http://www.dft.moc.go.th)

ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยก เว้นภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับสินค้าที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามความตกลง การเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (สินค้าเกษตร 21 รายการ) ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับ ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2550

ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยก เว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราช อาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2550

ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยก เว้นภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับกล้วยสดสับปะรดสดและเนื้อสุกรปรุงแต่งที่ มีโควตาส่งออกตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็น หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2550

กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่องการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2550

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้ยภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่ง ที่มีโควตาส่งออก ตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2550

การนำสินค้าที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลกเข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมความตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น

กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับโควตาสินค้าเหล็ก

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับปี 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ซึ่งนำเข้าในปี 2552 พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลัเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจซึ่งนำเข้าในปี 2553 (Updated มกราคม 2553)

ผลการจัดสรรโควตาสินค้าเหล็ก

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับปี 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับปี 2551 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับการนำเข้าในปี 2551 (วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับการนำเข้าในปี 2551 (วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับการนำเข้าในปี 2551 (วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ซึ่งนำเข้าในปี 2552 พ.ศ. 2551

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ซึ่งนำเข้าในปี 2552 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง ผลการจัดสรรปริมาณการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและเหล็กกล้าที่มีโควตาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจซึ่งนำเข้าในปี 2553 (Updated มกราคม 2553)

กระทรวงอุตสาหกรรม

ประกาศการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ OEM สำหรับ JTEPA

กระทรวงการคลัง (http://www.customs.go.th)

- หลักเกณฑ์และพิธีการสำหรับการยกเว้นและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากญี่ปุ่น

- กฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า

- C/O ฟอร์ม JTEPA

- Overleaf

หนังสือ (Updated มกราคม 2553)

: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (โดยกระทรวงการต่างประเทศ)

: การสัมนาและเวทีสาธารณะ JTEPA (โดยกระทรวงการต่างประเทศ)

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- ข้อมูลพื้นฐานประเทศญี่ปุ่น

FTA Thai – Peru

FTA Thai – Peru


ความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-เปรู

วันที่ลงนาม 19 พ.ย. 48 (พิธีสารเพื่อเร่งเปิดเสรีทางการค้าและอำนวย

ความสะดวกทางการค้า (Early Harvest))

16 พ.ย. 49 (พิธีสารเพิ่มเติมเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า)

13 พ.ย. 52 (พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2 เรื่องการปรับ HS 2007)

วันที่ความตกลงมีผลบังคับใช้

อยู่ระหว่างดำเนินการกระบวนการภายในเพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในครึ่งปีแรกของปี 2554

การลดภาษี ไทยและเปรูได้ตกลงที่จะยกเลิก/ลดภาษีเป็นจำนวนร้อยละ 70 ของจำนวนสินค้าทั้งหมด ดังนี้

เปรู

1) ภาษีเป็น 0 ทันทีเมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้

= 50% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด

2) ภาษีเป็น 0 ภายใน 5 ปี = 20%  ของจำนวนสินค้าทั้งหมด

ไทย

1) ภาษีเป็น 0 ทันทีเมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้

= 50% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด

2) ภาษีเป็น 0 ภายใน 5 ปี = 20%  ของจำนวนสินค้าทั้งหมด

ความเป็นมา

ไทยและเปรูได้มีการลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 17ตุลาคม 2546 ซึ่งครอบคลุมในเรื่องการเปิดเสรี การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือด้านการค้าสินค้า บริการและการลงทุน รวมทั้งการขยายความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า (รายละเอียดกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-เปรู)

ไทยและเปรูได้เริ่มเจรจาเพื่อเปิดเสรีทางการค้ารอบแรกตั้งแต่มกราคม 2547 ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปผลการเจรจาเร่งเปิดเสรีสินค้าบางส่วนก่อน (ร้อยละ 70 ของจำนวนสินค้าทั้งหมด แบ่งเป็นลดภาษีศูนย์ทันที ร้อยละ 50 และภายใน 5 ปี ร้อยละ 20) ในรอบที่ 7 เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2548  โดยจัดทำเป็นพิธีสารเพื่อเร่งเปิดเสรีทางการค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า (Early Harvest) ลงนามเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548ในการประชุมผู้นำเอเปค ณ นครปูซาน ประเทศเกาหลี โดยพิธีสารดังกล่าวมีสาระครอบคลุมเรื่องการค้าสินค้า กฎเกณฑ์ว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า มาตรการปกป้อง มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า พิธีการศุลกากร การบริหารจัดการกฎหมาย กฎระเบียบที่โปร่งใส กลไกระงับข้อพิพาท และการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม

ประเด็นที่จะต้องดำเนินการเจรจาต่อไป

ไทยและเปรูยังคงต้องดำเนินการเจรจาเปิดตลาดสินค้าที่เหลืออยู่อีกร้อยละ 30 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรอ่อนไหวของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ต้องเจรจาต่อในประเด็น Special Safeguard การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า

พิธีสารระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และ สาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า(ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 1 การค้าสินค้า (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 2 กฎแหล่งกำเนิดสินค้า (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 3 มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 4 อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 5 พิธีการศุลกากร (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 6 การบริหารจัดการกฎหมายและกฎระเบียบที่โปร่งใส (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- ภาคผนวก 7 การหารือและการระงับข้อพิพาท (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

Appendix 1.1 - Peru’s List of Goods

Appendix 1.2- Thailand’s List of Goods

Appendix 2 – Tariff Schedule

Appendix 3 – Used Goods

ต่อมาไทยและเปรูได้มีการลงนามพิธีสารเพิ่มเติมระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า เรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 ในการประชุมผู้นำเอเปค ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

พิธีสารเพิ่มเติมระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- เอกสารแนบ 1 หมายเหตุหลัก (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ) และ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า  (ภาษาไทย ||ภาษาอังกฤษ)

- เอกสารแนบ 2 ข้อมูลขั้นต่ำ หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- เอกสารแนบ 3 ข้อมูลขั้นต่ำ ใบสำแดงของผู้ผลิต (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- เอกสารแนบ 4 ตารางภาษี  (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

สืบเนื่องจากการปรับระบบฮาร์โมไนซ์ ของตารางภาษีและกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าจากปี 2002

เป็นปี 2007 ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาปรับพิธีสาร 2 ฉบับแรก เป็นระบบใหม่ รวมทั้งมีการจัดทำหนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่อสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ โดยมีการลงนามพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 โดยมีเป้าหมายที่จะให้ความตกลงฯ มีผลบังคับใช้ในไตรมาสแรกของปี 2553

พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า (ภาษาไทย || ภาษาอังกฤษ)

- เอกสารแนบ 1   - รายการสินค้าของเปรู (ภาษาอังกฤษ)
รายการสินค้าของไทย (ภาษาอังกฤษ)

- เอกสารแนบ 2   - หมายเหตุหลักของบัญชีแนบท้าย 1 (กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า)

ภาษาไทย // ภาษาอังกฤษ

- กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า

ภาษาไทย // ภาษาอังกฤษ

Thailand’s Exchange of Letter on Fish and Fish products

Peru’s Exchange of Letter on Fish and Fish products

* Joint Media Release  ภาษาไทยภาษาอังกฤษ

* Press Release  ภาษาไทย // // ภาษาอังกฤษ

สถานะล่าสุด

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นในพิธีสารที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญของเปรู ไทยและเปรูจึงอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อแก้ไขพิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า ที่ได้มีการลงนามเมื่อปี 2548 ข้อ F และ G ในบทบัญญัติข้อ 3 ภาคผนวก 2 เรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าที่มีการผลิตหรือได้มาจากในประเทศทั้งหมด (Wholly Obtained) ในส่วนของสินค้าที่มาจากทะเลหรือพื้นดินใต้ทะเล เช่น สัตว์น้ำ พืชน้ำ แร่ธาตุ และทรัพยากรทางทะเล ตามสิทธิภายใต้กฎหมายภายในหรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เนื่องจากเปรูพบว่าถ้อยคำดังกล่าว มีการกำหนดอาณาเขตทางทะเลตาม UNCLOS ซึ่งเปรูไม่ได้เป็นภาคีภายใต้อนุสัญญาดังกล่าว และกฎหมายภายในของเปรูมีการกำหนดอาณาเขตทางทะเลที่แตกต่างกัน

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ดำเนินการเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้พิธีสารฯไทย-เปรู พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2553 และขั้นตอนต่อไปรอเสนอรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบในช่วงเดือน สิงหาคม 2553

-      รายงานการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเรื่องการแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ภายใต้พิธีสารเพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้าไทย-เปรู ปี พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553

-      รายชื่อผู้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะฯ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลพื้นฐานเปรู Updated May 24, 2010

ความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ไทย-เปรู (powerpoint file)

สรุปสาระความตกลงเพื่อการจัดตั้งเขตการค้าเสรี ไทย-เปรู (pdf file)

BIMSTEC FTA

BIMSTEC


เขตการค้าเสรี BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation )

BIMSTEC FTA ถือเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน ของไทยสู่เอเชียใต้ เนื่องจาก BIMSTEC เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 1,500 ล้านคน จึงมีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งกระจายสินค้าส่งออกของไทย ที่มีความหลากหลายทั้งด้านคุณภาพและราคาของสินค้า นอกจากนี้ ไทยจะยังสามารถขยายขยายความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ในเอเชียใต้ ทั้ง บังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียนเข้าด้วยกัน

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2547 รัฐมนตรีเศรษฐกิจ/การค้าของประเทศสมาชิก BIMSTEC ได้ร่วมลงนามกรอบความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC ณ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย เพื่อร่วมกันจัดตั้งเขตการค้าเสรี ที่ครอบคลุมทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันสมาชิก BIMSTEC ประกอบด้วย 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย พม่า เนปาล ศรีลังกา และไทย (รายละเอียดกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรี BIMSTEC)ตามกรอบความตกลงฯ ประเทศสมาชิกได้ตกลงที่จะแบ่งสินค้าที่จะนำมาเจรจาลด/ยกเลิกภาษีออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าเร่งลดภาษี (Fast Track) และกลุ่มสินค้าลดภาษีปกติ (Normal Track) นอกจากนี้ ยังได้ตกลงให้มีสินค้าจำนวนหนึ่งที่จะยังไม่นำมาลดภาษี โดยจะจัดไว้ในกลุ่มสินค้า Negative List (NL)

ได้จัดตั้งคณะกรรมการเจรจาการค้า BIMSTEC (BIMSTEC Trade Negotiating Committee: BIMSTEC TNC) เพื่อเจรจารายละเอียดของข้อตกลงการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ภายใต้ BIMSTEC FTA ปัจจุบัน ศรีลังกาเป็นประธานการประชุม BIMSTEC TNC

สถานะปัจจุบัน

สมาชิก BIMSTEC สามารถหาข้อสรุปการจัดทำความตกลงการค้าสินค้า (Agreement on Trade in Goods) ได้แล้ว เหลือเพียงการยื่นตารางรายการสินค้าที่จะมีการเปิดเสรี เพื่อแนบท้ายความตกลงฯ และการตรวจทานถ้อยคำด้านกฎหมายของความตกลงฯ

การเปิดตลาดสินค้า

ใช้อัตราภาษีปกติ (MFN Applied Rate) ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2550 เป็นอัตราฐานในการลด/ยกเลิกภาษี แบ่งการลด/ยกเลิกภาษีศุลกากรของสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1) Fast Track: ทยอยลดภาษีเหลือ 0% ครอบคลุมสินค้า 10% ของพิกัดฯ

2) Normal Track: แบ่งเป็น

2.1) Normal Track Elimination: ทยอยลดภาษีเหลือ 0% ครอบคลุมสินค้า 21% ของพิกัดฯ

2.2) Normal Track Reduction: ทยอยลดภาษีเหลือ 1-5% ครอบคลุมสินค้า 50% ของพิกัดฯ

3) Negative List: ไม่มีการลดภาษีสินค้ากลุ่มนี้ ครอบคลุมสินค้า 19% ของพิกัดฯ

ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มจะมีระยะเวลาการลด/ยกเลิกภาษีที่แตกต่างกันระหว่างประเทศกำลังพัฒนา และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า

- ประเทศกำลังพัฒนา (อินเดีย ศรีลังกา และไทย): กฎทั่วไปใช้เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรระดับ 6 หลัก (Change in Tariff Sub-Heading: CTSH) ควบคู่กับสัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Local content) 35%

- ประเทศ LDCs (พม่า บังกลาเทศ ภูฏาน และเนปาล): กฎทั่วไปใช้เกณฑ์ CTSH+Local content 30%

- จัดทำกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) อีกจำนวนหนึ่ง ครอบคลุมสินค้าที่ไทยมีศักยภาพส่งออกแต่ไม่สามารถผ่านเกณฑ์กฎทั่วไปได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว อัญมณี ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์สี อัญมณี เป็นต้น

การค้าบริการและการลงทุน

อยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าบริการและความตกลงการลงทุน โดยจะครอบคลุมสาขาที่สำคัญ และใช้แนวทาง positive list approach และมีการให้การปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่าง และความยืดหยุ่นแก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- Fact Book

FTA ASEAN-Japan

ASEAN-Japan


ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น(ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership: AJCEP)

ลงนาม 11 เม.ย. 51

เริ่มลดภาษี 1 มิ.ย. 52

ลดภาษีเป็น 0

ญี่ปุ่น

1 ธ.ค. 51 = 85.51%

1 เม.ย.61 = 90.16%

ไทย

1 มิ.ย. 52 = 30.94%

1 เม.ย.61 = 86.17%

ปัจจุบันภาษีเป็น 0

ญี่ปุ่น 85.51%

ไทย 30.94%

สรุปสาระสำคัญความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (Agreement on Comprehensive Economic Partnership Among Member States of the Association of South East Asian Nations and Japan: AJCEP)

Framework for Comprehensive Economic Partnership between the Association of Southeast Asian Nations and Japan, Bali, Indonesia, 8 October 2003

คำแปลความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมความตกลงต่างๆระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น

AGREEMENT ON COMPREHENSIVE ECONOMIC PARTNERSHIP AMONG MEMBER STATES OF THE ASSOCIATION OF SOUTHEAST ASIAN NATIONS AND JAPAN

Annex1 Schedules for the Elimination or Reduction of Customs Duties

Schedules of Tariff Concession

- Brunei

- Cambodia

- Indonesia

- Japan (.pdf || .xls)

- Lao PDR

- Malaysia

- Myanmar

- Philippines

- Vietnam

- Thailand

Annex2 Product Specific Rules

Annex3 Information Technology Products

Annex4 Operational Certification Procedures

Annex5 Work Programmes for Economic Cooperation

*** ตารางลดภาษีของญี่ปุ่นประจำปี 2552 ****

Link ที่เกี่ยวข้อง

Framework for the AJCEP
Joint Report of the AJCEP Expert Group
Ministry of Foreign Affairs of Japanเอกสารที่เกี่ยวข้อง

- ข้อมูลพื้นฐานประเทศญี่ปุ่น

FTA ASEAN-Korea

FTA  ASEAN-Korea


เขตการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN – Korea Free Trade Agreement)

ลงนาม  27 ก.พ. 52

เริ่มลดภาษี 1 ม.ค. 53

ลดภาษีเป็น 0

เกาหลี

1 ม.ค. 53 = 90%

ไทย

1 ม.ค. 53  = 83%

1 ม.ค. 55. = 84%

1 เม.ย. 59 = 89%

1 ม.ค. 60  = 90%

ปัจจุบันภาษีเป็น 0

เกาหลี  90%

ไทย  83%

ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าและความตกลงว่าด้วยการค้าบริการระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลีมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2010

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี(รายละเอียด) Updated Oct 2009

สรุปสาระสำคัญของความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN-Republic of Korea Free Trade Agreement: AKFTA) (Click here)

ความเป็นมา

ในการประชุมผู้นำอาเซียน-เกาหลี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2003 อาเซียนและเกาหลีเห็นชอบให้จัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญร่วมเพื่อศึกษาการขยายความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาระหว่างอาเซียนและเกาหลี ซึ่งรวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Area: FTA) และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้สรุปผลการศึกษา ว่า การจัดทำเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนและเกาหลีจะเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน รวมทั้งส่งผลดีต่ออาเซียนและเกาหลีในด้านอื่นๆ ด้วย

ในการประชุมผู้นำอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 8 (The 8th ASEAN-ROK Summit) เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2004 ณ กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้นำอาเซียนและเกาหลีเห็นชอบให้เริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี ในช่วงต้นปี 2005 และกำหนดให้สรุปผลเจรจาภายใน 2 ปี (ภายในปี 2006) โดยการเจรจาจะครอบคลุมการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคอาเซียน-เกาหลี

กลไกการดำเนินการ

- จัดตั้งคณะเจรจาการค้าเสรี (ASEAN-Korea Trade Negotiating Committee: TNC) เป็นเวทีหารือระหว่างอาเซียนและเกาหลี และจัดตั้ง ASEAN Trade Negotiating Group (TNG) เป็นเวทีประชุมหารือระหว่างสมาชิกอาเซียน โดยมีสิงคโปร์เป็นประธานฝ่ายอาเซียน

- กำหนดกรอบและเงื่อนไขของการเจรจาการเปิดตลาดสินค้าทั้งในกลุ่มลดภาษีปกติ และกลุ่มสินค้าอ่อนไหว/สินค้าอ่อนไหวสูง

- จัดตั้งคณะทำงานด้านต่างๆเพื่อยกร่างกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ภาคผนวกที่เกี่ยวข้อง และความตกลงต่างๆ

- จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน (ASEAN-Korea FTA Implementing Committee : AKFTA-IC) เพื่อติดตามและดูแลการปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลงต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี

ผลการเจรจา

คณะเจรจาการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี สามารถสรุปกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี (Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation: FA) ความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาท (Agreement on Dispute Settlement Mechanism: DSM) และได้ลงนามในการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี ครั้งที่ 9 (The 9thASEAN-ROK Summit) เดือนธันวาคม 2005

สำหรับความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า (Agreement on Trade in Goods: TIG) อาเซียน 9 ประเทศ ยกเว้นไทย สามารถตกลงกับเกาหลีในความตกลงนี้ได้แล้ว และมีการลงนามเมื่อเดือนสิงหาคม 2006 โดยความตกลง TIG มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2007

ในส่วนของการเจรจาเปิดเสรีการค้าบริการ (Agreement on Trade in Services: TIS) นั้น อาเซียนและเกาหลีสามารถบรรลุความตกลงได้แล้ว ทั้งในเรื่องร่างข้อบทความตกลง (Agreement Text) ส่วนแนบท้ายว่าด้วยการบริการด้านการเงิน (Annex on Financial Services) และตารางข้อผูกพันเฉพาะ (Schedule of Specific Commitments) โดยทั้งสองฝ่าย ยกเว้นไทย ได้ลงนามความตกลงนี้ในระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียน-เกาหลี เดือนพฤศจิกายน 2007 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2009

สำหรับไทย ได้ลงนามในพิธีสารการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าและความตกลงว่าด้วยการค้าบริการอาเซียน-เกาหลี ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2009 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และไทยได้เริ่มใช้บังคับกรอบความตกลงฯ ความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาท และพิธีสารฯ เฉพาะในส่วนของความตกลงว่าด้วยการค้าบริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2009 รวมทั้งได้บังคับใช้พิธีสารการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2009

ความตกลงว่าด้วยการลงทุนเป็นความตกลงฉบับสุดท้ายที่กำหนดให้มีการเจรจาจัดทำภายใต้กรอบความตกลงฯ ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาเจรจานานกว่า 3 ปี และสามารถบรรลุผลการเจรจาเมื่อเดือนเมษายน 2009 โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลงนี้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2009  ทั้งนี้ ความตกลงจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2009 (รายละเอียดสรุปความตกลงว่าด้วยการลงทุน)

สถานะล่าสุดUpdated January 2010

รัฐสภาเกาหลีให้ความเห็นชอบพิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าและพิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2009 ที่ผ่าน และอยู่ระหว่างดำเนินการออกประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยจะสามารถขยายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีทั้งเรื่องการค้าสินค้าและการค้าบริการให้แก่ไทยได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2010 เป็นต้นไป

สถานะล่าสุดการใช้บังคับความตกลงต่าง ๆ (รายละเอียด)

Links

สำนักเลขาธิการอาเซียน ความสัมพันธ์กับเกาหลี (รายละเอียด)

ความตกลงการค้าเสรีของเกาหลี (รายละเอียด)

อัตราภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีต่าง ๆ ของเกาหลี (ภาษาเกาหลี) (รายละเอียด)

Documents

  • กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งครอบคลุมด้านต่าง ๆ อังกฤษ ไทย เกาหลี
    • ภาคผนวกของกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งครอบคลุมด้านต่าง ๆ อังกฤษ ไทย เกาหลี
  • ความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาท อังกฤษ ไทย เกาหลี
  • ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า อังกฤษ ไทย เกาหลี
    • ภาคผนวก 1 : รูปแบบการลดและยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับพิกัดศุลกากรที่อยู่ในกลุ่มสินค้าปกติ อังกฤษ ไทย
    • ภาคผนวก 2 : รูปแบบการลด/ยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับพิกัดศุลกากรที่อยู่ในกลุ่มสินค้าอ่อนไหว อังกฤษ ไทย
      • เอกสารแนบท้าย 1 : รายการสินค้าอ่อนไหว อังกฤษ
      • เอกสารแนบท้าย 2 : รายการสินค้าอ่อนไหวสูง อังกฤษ
    • ภาคผนวก 3 : กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า อังกฤษ ไทย
      • เอกสารแนบท้าย 1 : ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า อังกฤษ ไทย
        • เอกสารแนบ : หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและคำอธิบายด้านหลัง อังกฤษ
    • เอกสารแนบท้าย 2 : กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า อังกฤษ
    • เอกสารแนบท้าย 3 : หมายเหตุคำอธิบายสำหรับภาคผนวก 3 อังกฤษ ไทย
    • พิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า อังกฤษ ไทย
      • ภาคผนวกของพิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า อังกฤษ
    • หนังสือความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎเฉพาะรายสินค้าในเอกสารแนบท้าย 2 ของภาคผนวก 3 ของความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า อังกฤษ ไทย
      • ภาคผนวกหนังสือความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎเฉพาะรายสินค้า อังกฤษ
  • ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ สรุป อังกฤษ ไทย เกาหลี
    • ภาคผนวกว่าด้วยบริการการเงิน อังกฤษ ไทย เกาหลี
    • ตารางข้อผูกพันเฉพาะ
      • บรูไน ดารุสซาลาม อังกฤษ
      • กัมพูชา อังกฤษ
      • อินโดนีเซีย อังกฤษ
      • ลาว อังกฤษ
      • พม่า อังกฤษ
      • มาเลเซีย อังกฤษ
      • ฟิลิปปินส์ อังกฤษ
      • สิงคโปร์ อังกฤษ
      • เกาหลีใต้ อังกฤษ
      • เวียดนาม อังกฤษ
    • หนังสือความเข้าใจเกี่ยวกับความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ อังกฤษ ไทย เกาหลี
    • พิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ อังกฤษ ไทย
      • ภาคผนวกของพิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทยในความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ อังกฤษ ไทย
  • ความตกลงว่าด้วยการลงทุน สรุป อังกฤษ ไทย เกาหลี

ตารางการลดภาษีของประเทศภาคีความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี

บรูไน ดารุสซาลาม อังกฤษ Updated Oct 2009

กัมพูชา อังกฤษ

อินโดนีเซีย อังกฤษ

ลาว อังกฤษ Updated Nov 2009

พม่า อังกฤษ

มาเลเซีย อังกฤษ

ฟิลิปปินส์ อังกฤษ Updated Oct 2009

เกาหลีใต้ อังกฤษ

เวียดนาม อังกฤษ

ไทย อังกฤษ Updated Oct 2009

หมายเหตู ข้อมูลภาษาเกาหลีจาก http://www.fta.go.kr

สรุปการเปิดตลาดสินค้าของเกาหลี Updated Dec 2009

-สรุปรายการสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ได้รับการลดภาษีจากเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

-รายการสินค้าส่งออกของไทยที่เกาหลีใต้ไม่จัดเก็บภาษีนำเข้าทั้งกรอบ WTO และกรอบ FTA

ผลการศึกษา

  • โครงการศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย เรื่อง การเข้าสู่ตลาดภายหลังการเปิดเสรีทางการค้าสำหรับ SMEs (กรณีศึกษา : FTAอาเซียน – สาธารณรัฐเกาหลี) (โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)
  • โครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทยจากการทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียนกับประเทศเกาหลี
  • การศึกษาผลกระทบและการกำหนดท่าทีไทย ต่อการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง Updated January 2010

  • ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (รายละเอียด)

- บัญชีอัตราอากร 1 (รายละเอียด)

- บัญชีอัตราอากร 2 (รายละเอียด)

- บัญชีอัตราอากร 3 (รายละเอียด)

  • ประกาศกรมศุลกากร เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการเกี่ยวกับการยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (รายละเอียด)
    • ภาคผนวก 1 หนังสือรับรอบถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AK) (รายละเอียด)
    • ภาคผนวก 2 ประเทศที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรฯ  (รายละเอียด)
    • ภาคผนวก 3 กฎเฉพาะรายสินค้า ฉบับปี HS2007 (รายละเอียด)
    • ภาคผนวก 4 บัญชีรายการสินค้าจากเขตอุตสาหกรรมเกซอง (GIC LIST) (รายละเอียด)
    • ภาคผนวก 5 กฎเฉพาะรายสินค้า ฉบับปี HS2002 (รายละเอียด)
  • แก้คำผิดประกาศกระทรวงการคลัง (รายละเอียด)
  • ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AK) (รายละเอียด)
    • คำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AK) (รายละเอียด)
    • หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AK) (รายละเอียด)
  • ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AK) ฉบับที่ 2 (รายละเอียด)
  • ประกาศกรมศุลกากร เรื่อง เพิ่มเติมรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิฯ (รายละเอียด)
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- ข้อมูลพื้นฐานประเทศเกาหลีใต้

FTA ASEAN-India

ASEAN-India


ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (ASEAN – INDIA Free Trade Agreement: AIFTA )

ลงนาม  13 ส.ค. 52

เริ่มลดภาษี 1 ม.ค. 53 ระหว่างอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ส่วนประเทศที่เหลือจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2553

ลดภาษีเป็น 0

ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน  และอินเดีย

31 ธ.ค. 56 = 71% ของพิกัดศุลกากร 6 หลัก

31 ธ.ค. 59 = 80% ของพิกัดศุลกากร 6 หลัก

เมื่อปี 2545 ผู้นำของประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียเห็นชอบให้มีการเจรจาจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย และในปี 2546 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมด้านต่าง ๆ  (Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between ASEAN and India) เพื่อเป็นกรอบแนวทางและแผนงานในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดียที่จะครอบคลุมถึงการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และกลไกระงับข้อพิพาท รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการอำนวยทางการค้า โดยเริ่มเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเป็นฉบับแรก

ทั้งสองฝ่ายเริ่มเจรจาความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า และความตกลงว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาท ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งต่อมา ในระหว่างการรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2552 ได้มีลงนามความตกลงดังกล่าวและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดเป้าหมายให้ความตกลงมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มกราคม 2553

ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ประเทศสมาชิกอาเซียน 5 ประเทศ (บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย) และอินเดียจะยกเลิกภาษีศุลกากรของสินค้าโดยรวมประมาณร้อยละ 80 ของรายการสินค้าภายในปี 2559 ประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) จะยกเลิกภาษีภายในปี 2564 ส่วนฟิลิปปินส์และอินเดียจะยกเลิกภาษีภายในปี 2562

ความตกลงดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งเป็นการสร้างกลไกการค้าและการระงับข้อพิพาทที่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ทำให้สามารถคาดการณ์ได้และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน

ประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทย

อินเดียมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่โดดเด่นและมีความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและจีน ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปีส่งผลให้ประชากรมีรายได้สูงขึ้นและเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อปานกลาง-สูงรวมกว่า 350 ล้านคน อินเดียจึงเป็นตลาดใหม่ทีมีศักยภาพรองรับการส่งออกของไทย

เนื่องจากอินเดียมีระดับอัตราภาษีนำเข้าและมาตรการกีดกันสูง ดังนั้น การลด/ ยกเลิกภาษีนำเข้าของอินเดียจะช่วยลดภาระต้นทุนทางภาษีของสินค้าที่ส่งออกจากไทย ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทยและและสามารถแข่งขันกับสินค้าของคู่แข่งในตลาดอินเดียได้ดีขึ้น ตัวอย่างสินค้าที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากการลดภาษีของอินเดีย เช่น เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก  อัญมณีและเครื่องประดับ ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม เฟอร์นิเจอร์และส่วนประกอบ เครื่องสำอาง ผักและพืชประเภทถั่ว อาหารปรุงแต่ง ปลาซาร์ดีนกระป๋อง และน้ำผลไม้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ประโยชน์จากกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าที่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการมากขึ้น เนื่องจากสามารถใช้วัตถุดิบทั้งจากภายในอาเซียนและอินเดีย และยังสามารถรับใบสั่งซื้อจากประเทศนอกกลุ่มเพื่อทำการผลิตและส่งขายภายในภูมิภาคอาเซียน-อินเดีย โดยได้รับการลดหย่อนภาษีนำเข้าเช่นกัน

การเปิดตลาดสินค้า

การลด/ ยกเลิกภาษีศุลกากรแบ่งกลุ่มสินค้าเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ

1.     สินค้าปกติ (Normal Track: NT) แยกย่อยเป็นสินค้าปกติ 1 (NT 1) และสินค้าปกติ 2 (NT 2)

2.     สินค้าอ่อนไหว (Sensitive Track)

3.     สินค้าอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive Track) และ

4.     สินค้าไม่ลดภาษี (Exclusion List)

อาเซียนและอินเดียใช้วิธีการลดภาษีศุลกากรแบบค่อยเป็นค่อยไปจากฐานอัตราภาษีทั่วไป ณ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 โดยใช้ระยะเวลาต่างกันในการลด/ ยกเลิกภาษี สำหรับอาเซียน 5 ประเทศ (ยกเว้นฟิลิปปินส์) กับอินเดีย ฟิลิปปินส์กับอินเดีย และประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ตามตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรเป็นรายสินค้าซึ่งเป็นภาคผนวก 1 ของความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า

สำหรับสินค้าที่อาจส่งผลกระทบทางลบต่อผู้ผลิตภายในประเทศ ไทยจะไม่ลดภาษีของสินค้าสำคัญเหล่านั้น เช่น นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อโคกระบือแช่เย็นแช่แข็ง หอม กระเทียม ชา กาแฟ ข้าว ไหมและผลิตภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ และยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ เป็นต้น

กรณีที่การลด/ ยกเลิกภาษีศุลกากรเป็นเหตุทำให้มีการนำเข้าสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ และอาจทำความเสียหายให้แก่ผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันหรือคล้ายกันในประเทศผู้นำเข้าไม่ว่าเป็นสินค้าเกษตรหรือสินค้าอุตสาหกรรม ผู้ผลิตภายในประเทศสามารถใช้มาตรการปกป้องตามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย เพื่อชะลอการนำเข้าสินค้านั้น เพื่อให้ผู้ผลิตภายในประเทศมีเวลาปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้ โดยจะใช้มาตรการข้อใดข้อหนึ่งเป็นการชั่วคราว

- ระงับการลดภาษีนำเข้าของสินค้าที่พิสูจน์แล้วว่าเกิดความเสียหายขึ้นจริง หรือ

- ขึ้นอัตราภาษีนำเข้าแต่ต้องไม่เกินกว่าอัตราต่ำสุดที่เปรียบเทียบระหว่างอัตราเรียกเก็บจากประเทศ  อื่นๆ ในวันที่ใช้มาตรการกับอัตราเรียกเก็บก่อนหน้าวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Agreement on Trade in Goods under the Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between the Association of Southeast Asian Nations and the Republic of India (ภาษาอังกฤษ //ภาษาไทย)

ภาคผนวก 1

ตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรของไทยให้แก่ทุกประเทศ

ตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรของอินเดียให้แก่อาเซียน(ยกเว้นฟิลิปปินส์)

ตารางข้อผูกพันภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ

กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า

สินค้าที่จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงฯ จะต้องเป็นสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดของสินค้าภายในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจประเทศคู่สัญญาจะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่แท้จริง โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นหรือใช้วัตถุดิบทั้งหมดในประเทศผู้ส่งออก (Wholly Produced or Obtained)

2. สินค้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบจากประเทศนอกกลุ่มอาเซียนและอินเดีย (Not Wholly Produced or Obtained) จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใดหลักเกณฑ์หนึ่ง ดังนี้

ก) กฎทั่วไป (General Rule) โดยใช้เกณฑ์การเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากรในระดับ 6 หลัก (ซีทีเอสเอช) และมีสัดส่วนของวัตถุดิบที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดีย (เรียกว่าสัดส่วนมูลค่าของอาเซียนหรือสัดส่วนมูลค่าของภูมิภาค: RVC) อย่างน้อยร้อยละ 35 ของราคาเอฟโอบี

ข) มีถิ่นกำเนิดตามกฎเกณฑ์เฉพาะสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) จะมีการเจรจาต่อเนื่องเพื่อกำหนดเกณฑ์เฉพาะที่เหมาะสม

3. สูตรในการคำนวณสัดส่วนมูลค่าของอาเซียน-อินเดียสามารถเลือกใช้ได้ ดังนี้

ก) ทางตรง

RVC (%) = ต้นทุนวัสดุในอาเซียนและอินเดีย
+ ค่าแรงทางตรง
+ ต้นทุนดำเนินการผลิตโดยตรง
+ ต้นทุนอื่น ๆ
กำไร X 100% มากกว่าหรืเท่ากับ 35%
ราคาเอฟโอบี

ข) ทางอ้อม

RVC (%) = มูลค่านำเข้าของวัสดุ ส่วนประกอบ หรือผลิตผลนอกเอไอเอฟทีเอ
+ มูลค่านำเข้าของวัสดุ ส่วนประกอบ หรือผลิตผลที่ระบุถิ่นกำเนิดไม่ได้ X 100% น้อยกว่าหรือเท่ากับ 65%
ราคาเอฟโอบี

ผู้ผลิต/ ผู้ส่งออกสามารถนำค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่น ๆ มาคำนวณเป็นต้นทุนสินค้าได้นอกเหนือจากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนค่าแรงได้ อาทิ ค่าเช่าโรงงานและอุปกรณ์ การค้นคว้าและพัฒนา(อาร์แอนด์ดี)  ออกแบบ และวิศวกรรม ค่าสิทธิ หรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (เกี่ยวกับสิทธิบัตรในเครื่องจักร หรือกระบวนการที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือสิทธิในการผลิตสินค้า) และการตรวจสอบและทดสอบวัตถุและสินค้า เป็นต้น

4. การสะสมถิ่นกำเนิดสินค้า

สินค้าที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศภาคีหนึ่งและถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตในอีกประเทศหนึ่ง จะถือว่าได้ถิ่นกำเนิดในประเทศภาคีที่มีกระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย

ทั้งนี้ ในการอ้างถิ่นกำเนิดของสินค้าจะต้องไม่เข้าข่ายการปฏิบัติการหรือกระบวนการผลิตขั้นต่ำ เช่น การรักษาสินค้านั้นให้อยู่ในสภาพดี การบรรจุหีบห่อ การติดฉลาก รวมถึงกระบวนการอย่างง่าย ๆ      ไม่ว่าจะเป็นการตัด การผสม การประกอบ ฯลฯ

ผู้ส่งออกสามารถขอรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดของสินค้า (Form AIFTA) ได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย

- ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (รายละเอียด)

เมื่อความตกลงมีผลใช้บังคับกับไทยแล้ว ในขั้นแรกผู้ผลิต/ ผู้ส่งออกควรทราบรหัสพิกัดศุลกากรของสินค้าก่อนเพื่อสะดวกในการค้นหาว่าสินค้านั้นอยู่ในรายการลดภาษีของประเทศภาคีหรือไม่ และกำหนดหลักเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างไรเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ความเข้าใจเรื่องการลด/ ยกเลิกภาษีศุลกากร

อาเซียนและอินเดียได้มีการยืนยันความเข้าใจ (Understanding) ไว้อย่างชัดเจนว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียสามารถบังคับใช้มาตรการตามกฏหมายและข้อบังคับภายในประเทศเกี่ยวกับการควบคุมของเสียอันตรายแม้จะมีข้อผูกพันการลด/ ยกเลิกภาษีศุลกากรของสินค้านั้นก็ตาม เพื่อคุ้มครองชีวิตหรือสุขภาพอนามัยของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Understanding on Article 4 of the Agreement on Trade in Goods under the Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between the Association of Southeast Asian Nations and the Republic of India(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)

กลไกระงับข้อพิพาท

เป็นความตกลงที่จะใช้ระงับข้อพิพาททุกกรณีระหว่างประเทศภาคีที่เกิดขึ้นจากกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ระหว่างอาเซียนและอินเดีย แต่จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของประเทศภาคีในการระงับข้อพิพาทภายใต้สนธิสัญญาอื่น ๆ โดยมีการกำหนดกลไกการรับฟ้อง การปรึกษาหารือ การไกล่เกลี่ย การจัดตั้งอนุญาโตลุลาการ การชดใช้ค่าเสียหาย การระงับสิทธิประโยชน์ และกระบวนการระงับข้อพิพาทเมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศภาคีในการปฏิบัติตามพันธกรณี

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Agreement on Dispute Settlement Mechanism under the Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between the Association of Southeast Asian Nations and the Republic of India (ภาษาอังกฤษ // ภาษาไทย)

พิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย

เนื่องจากกรอบความตกลงฯ มีผลใช้บังคับแล้ว ต่อมาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ยกเลิกการเปิดเสรีสินค้าส่วนแรก (Early Harvest Programme) รวมทั้งการเจรจาความตกลงและการมีผลบังคับใช้ล่าช้ากว่าที่ระบุไว้ในกรอบความตกลงฯ จึงมีความจำเป็นต้องมีพิธีสารเพื่อแก้ไขบทบัญญัติในกรอบความตกลงฯ ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Protocol to Amend the Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between the Association of Southeast Asian Nations and the Republic of India (ภาษาอังกฤษ // ภาษาไทย)

การค้าบริการและการลงทุน

อาเซียนและอินเดียอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ และความตกลงว่าด้วยการลงทุน โดยตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาสาระสำคัญของความตกลงทั้งสองฉบับภายในเดือนสิงหาคม 2553

เอกสารประกอบการพิจารณาเปิดตลาดการลงทุนภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย

- International Standard Industrial Classification of All Economic Activities (ISIC), Rev. 3.1 … (Click here)

- International Standard Industrial Classification of All Economic Activities (ISIC), Rev. 4 … (Click here)

สรุปผลการประชุม

ในการประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและอินเดีย ครั้งที่ 6  เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ณ ประเทศสิงคโปร์  ที่ประชุมได้มีมติให้เริ่มการเจรจาความตกลงการค้าบริการและความตกลงการลงทุน ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – อินเดีย  โดยกำหนดเป้าหมายให้สรุปสาระสำคัญของการเจรจาความตกลงทั้งสองฉบับภายในปี 2552

การเจรจาความตกลงการค้าบริการและความตกลงการลงทุนได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม  2551  สาระสำคัญของการเจรจามีดังนี้

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่ 1

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่ 1

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่ 2

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่2

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่ 3

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่ 3

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่ 4

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่4

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่5

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่5

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่6

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย  ครั้งที่6

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย ครั้งที่7

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย ครั้งที่7

- สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย ครั้งที่8

สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนอาเซียน – อินเดีย ครั้งที่8 (Updated August 53)

สรุปผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการอาเซียน – อินเดีย ครั้งที่9 (Updated August 53)

เอกสารเผยแพร่

หนังสือสรุปสาระสำคัญความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย

ข้อมูลย่อประเทศอินเดีย

- เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง Overview of ASEAN-India FTA” เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 ณ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (รายละเอียด)

- เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง ภาพรวมโอกาสและช่องทางการทำธุรกิจในอินเดียเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมอมารีวอเตอร์เกต (รายละเอียด)

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลพื้นฐานประเทศอินเดีย

FTA ASEAN-AUS-NZ

ASEAN-AUS-NZ


ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์(Agreement Establishing the ASEAN-Australia- New ZealandFree Trade Area: AANZFTA)

วันที่ลงนาม 27 ก.พ. 52

วันที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ 12 มี.ค.53 (สำหรับประเทศไทย)

ร้อยละของจำนวนรายการสินค้าที่มีการลดภาษีเป็น 0

ออสเตรเลีย

1 ม.ค. 53 = 95.96%

1 ม.ค. 63 = 100%

นิวซีแลนด์

1 ม.ค. 55 = 90.13%

1 ม.ค. 63 = 100%

ไทย

1 ม.ค. 58 = 89.77%

1 ม.ค. 63 = 98.80%

(ยกเว้นไม้ตัดดอก 5 รายการ และสินค้าที่มีโควตาภาษีทั้งหมด)

หมายเหตุ

- ประเทศสิงคโปร์ลดภาษีสินค้าทั้งหมดเป็นศูนย์ทันที

- ประเทศอาเซียน-6อื่นๆ มีระดับการลดภาษีที่ใกล้เคียงกับไทย

- ประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม (CLMV) ได้รับความยืดหยุ่นให้ลดภาษีช้ากว่าและน้อยกว่าประเทศอื่นๆ

Agreement Establishing the ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area…….. (รายละเอียด)

ความเป็นมา

การเจรจาจัดทำความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์(Agreement Establishing the ASEAN -Australia – New Zealand Free Trade Area: AANZFTA) ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อผู้นำของประเทศสมาชิกอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ลงนามในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 ตกลงให้เริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยก่อนหน้านี้ High-Level Task Force ของอาเซียนได้จัดทำการศึกษา (The Angkor Agenda: Report of the High-Level Task Force on the AFTA-CER Free Trade Area) ซึ่งมีข้อสรุปว่า การจัดทำเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นเป็นไปได้และเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกปัจจุบัน

เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ร่วมหารือกันครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2548  และเห็นชอบให้จัดตั้ง ASEAN - Australia - New Zealand Trade Negotiating Committee (AANZTNC) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เจรจาจัดทำความตกลง AANZFTA โดยให้รายงานผลการเจรจาต่อเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรีเศรษฐกิจใน SEOM-CER Consultations และ AEM-CER Consultations ตามลำดับ

การเจรจาโดย AANZTNC เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2548 และมีการเจรจาต่อเนื่องกันจนสามารถสรุปสาระสำคัญของการเจรจาได้เมื่อดือนสิงหาคม 2551 โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ปี 5 เดือน

สถานะล่าสุด

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน และรัฐมนตรีการค้าออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ได้ลงนามความตกลง AANZFTA พร้อมทั้งเอกสารประกอบความตกลงอีก 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ความตกลง AANZFTA เริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับประเทศภาคีที่มีความพร้อมในการบังคับใช้ความตกลงแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บรูไน มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

ไทยได้ทำการแจ้งถึงความพร้อมในการบังคับใช้ความตกลงต่อประเทศภาคีแล้ว เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553 ซึ่งจะทำให้ความตกลง AANZFTA มีผลบังคับใช้สำหรับไทย 60 วันให้หลัง คือ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป

สรุปสาระสำคัญ

ความตกลง AANZFTA เป็นความตกลงที่มีขอบเขตกว้าง โดยครอบคลุมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้าเกือบทุกเรื่อง รวมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในแขนงต่างๆ

การค้าสินค้า ครอบคลุมเรื่องการลดภาษี ตลอดจนการยกเลิกการอุดหนุนส่งออกสินค้าเกษตร การเผยแพร่และการบริหารจัดการระเบียบข้อบังคับทางการค้า เป็นต้น

การค้าบริการ มีพื้นฐานมาจากความตกลง GATS ภายใต้องค์การการค้าโลก โดยกำหนดให้มีการทบทวนข้อผูกพันเฉพาะด้านเป็นระยะๆ

การลงทุน ประกอบด้วยการเปิดเสรีการลงทุน และการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน โดยในส่วนการเปิดเสรีการลงทุน จะมีการจัดทำตารางข้อสงวนให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ครอบคลุมเรื่องที่ประเทศภาคีมีความสนใจร่วมกัน ที่เกี่ยวข้องกับการค้า หรือการลงทุน และสนับสนุนการปฏิบัติตามความตกลง เช่น กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ทรัพย์สินทางปัญญา และการศุลกากร เป็นต้น

Agreement Establishing the ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area

(English) / (ภาษาไทย)

Agreement by Chapter

Preamble

Chapter 1 Establishment of Free Trade Area, Objectives and General Definitions

Chapter 2 Trade in Goods

Chapter 3 Rules of Origin

Annex on Operational Certification Procedures

-           Appendix on Minimum Data Requirements – Application for a Certificate of Origin

-           Appendix on Minimum Data Requirements – Certificate of Origin

Chapter 4 Customs Procedures

Chapter 5 Sanitary and Phytosanitary Measures

Chapter 6 Standards, Technical Regulations and Conformity Assessment Procedures

Chapter 7 Safeguard Measures

Chapter 8 Trade in Services

Annex on Financial Services

Annex on Telecommunications

-           Appendix on Transitional Arrangements

Chapter 9 Movement of Natural Persons

Chapter 10 Electronic Commerce

Chapter 11 Investment

Annex on Expropriation and Compensation

Chapter 12 Economic Co-operation

Chapter 13 Intellectual Property

Chapter 14 Competition

Chapter 15 General Provisions and Exceptions

Chapter 16 Institutional Provisions

Chapter 17 Consultations and Dispute Settlement

Annex on Rules of Procedure for Arbitral Tribunal Proceedings

Annex on Optional Procedures for Composing Arbitral Tribunals

Chapter 18 Final Provisions

Annex 1 – Schedules of Tariff Commitments (HS 2002)

General Notes

Australia      Headnote

Tariff Schedule

Appendix 1 PMV Tariffs for Indonesia

Appendix 2 PMV Tariffs for Malaysia

Appendix 3 PMV Tariffs for Thailand

Brunei Darussalam

Cambodia

Indonesia

Lao PDR

Malaysia      Tariff Schedule

TRQ Products

Myanmar

New Zealand

Philippines

Singapore

Thailand

Viet Nam

Annex 1 – Schedules of Tariff Commitments (HS 2007) ….Updated January 2010

Australia

Brunei Darussalam

Cambodia

Indonesia

Lao PDR

Malaysia

Myanmar (Updated 19 February 2010)

New Zealand

Philippines

Singapore

Thailand

Viet Nam

Annex 2 – Product Specific Rules

Product Specific Rules

(including Headnote & Appendix on the Indicative List of Textile Finishing Processes)

Annex 3 – Schedules of Specific Services Commitments

Australia

Brunei Darussalam

Cambodia

Indonesia

Lao PDR

Malaysia

Myanmar

New Zealand

Philippines

Singapore

Thailand

Viet Nam

Annex 4 – Schedules of Movement of Natural Persons Commitments

Australia

Brunei Darussalam

Cambodia

Indonesia

Lao PDR

Malaysia

Myanmar

New Zealand

Philippines

Singapore

Thailand

Viet Nam

Understanding on Article 1 (Reduction and/or Elimination of Customs Duties) of Chapter 2 (Trade in Goods)

(English) / (ภาษาไทย)

Implementing Arrangement for Economic Co-operation Work Programme

(English) / (ภาษาไทย)

สิทธิประโยชน์ด้านการค้าบริการและการลงทุน (Updated December 2009)

ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ประกอบด้วยสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ (บรูไนดารุสซาลาม พม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม) ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

AANZFTA เป็นความตกลงที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง (Comprehensive Agreement) มีบท (Chapter) ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้าบริการและการลงทุน 4 บท ได้แก่ การค้าบริการ (Trade in Services) การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา(Movement of Natural Persons) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) และการลงทุน (Investment) …… รายละเอียด

ข้อผูกพันของไทย

- ข้อผูกพันการเคลื่อนย้ายบุคคลของไทย

- ข้อผูกพันด้านโทรคมนาคม

- ข้อผูกพันบริการของไทย

ข้อผูกพันนิวซีแลนด์

ข้อผูกพันการเคลื่อนย้ายบุคคลของนิวซีแลนด์

- ข้อผูกพันบริการของนิวซีแลนด์

ข้อผูกพันออสเตรเลีย

- ข้อผูกพันการเคลื่อนย้ายบุคคลของออสเตรเลีย

- ข้อผูกพันบริการของออสเตรเลีย
การประชุมคณะกรรมการร่วม AANZFTA

- ผลการประชุมคณะกรรมการร่วม AANZFTA ครั้งที่ 1(รายละเอียด)

————————

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

สำนักอเมริกาและแปซิฟิก

4 มีนาคม 2553

Link ที่เกี่ยวข้อง

- The ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area (AANZFTA)

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

- สรุปสาระความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (Agreement Establishing the ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area) (รายละเอียด)

- โครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทยจากการทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

- Primer on Rules of Origin in the Agreement Establishing the ASEAN – Australia – New Zealand Free Trade Area

- A Guide for ASEAN Business: ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area