สร้างแฟนคลับให้สินค้า “กลยุทธ์การตลาดแบบยั่งยืน”
แนวคิดในการสร้างแฟนคลับด้วยโมเดล ERM (experiential relationship management) นี้ เป็นกระบวนการการทำการตลาดในการสร้างแฟนพันธุ์แท้ให้กับสินค้าของตัวเอง
ไม่ใช่แค่ลูกค้ารับรู้ว่ามีสินค้าขายอยู่ในตลาด หรือซื้อเพราะเคยชิน แต่เป็นการสร้างกลุ่มผู้ซื้อสินค้าของเราที่มีความรู้สึกนิยมชมชอบ ติดตามข่าวสาร คอยบอกต่อ มีส่วนร่วมลงมือลงแรงมีความผูกพันเกิดความรัก และเชื่อได้ว่ากลยุทธ์สร้างแฟนคลับให้กับสินค้าบริการหรือธุรกิจน่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการตลาดในขณะนี้ เพราะเป็นยุทธวิธีทางการตลาดที่ใช้งบประมาณในการดำเนินการต่ำ เน้นการลงแรงสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และที่สำคัญเป็นการสร้างฐานการตลาดอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร
“แฟนคลับเปรียบเสมือนเพื่อนสนิทของเรา เพราะมิตรภาพของเพื่อนนั้นจะอยู่ยืนยาวตลอดไป เครื่องสำอางคอลาจิน่าได้ใช้วิธีการเจาะกลุ่มลูกค้าแบบเจาะจงไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายรายบุคคล ให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเหมือนเพื่อน คอยดูแลเทกแคร์ ซึ่งนี่คือที่มาของแฟนคลับ ซึ่งก่อให้เกิดผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าถึง 90%” คุณกัณฐาภรณ์ ตันติพิบูลย์ทรัพย์ Managing Director บริษัท Beauty and Healthy Zone ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคอลาจิน่า กล่าวกับทีมนักศึกษาปริญญาโทของวิทยาลัยการจัดการ
เธอยังเล่าว่า ทุกครั้งที่ลูกค้ามาตรวจสภาพผิวว่าผิวเป็นแบบไหน ซื้อสินค้าอะไรบ้าง โดยจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ในฐานข้อมูล หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์จะมีพนักงาน โทร.สอบถามถึงผลลัพธ์หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อติดขัด การบอกกล่าวถึงโปรโมชั่นที่มีอยู่ตอนนี้ หลังจากนั้นก็เริ่มเจาะกลุ่มลูกค้าแบบลงลึกเฉพาะตัวบุคคล โดยนำเครื่องมือ CRM มาใช้เพื่อช่วยตอบสนองให้ตรงความต้องการของลูกค้า
อาจารย์บุริม โอทกานนท์ ประธานสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้มุมมองและกล่าวถึงกรณีศึกษาของผลิตภัณฑ์คอลาจิน่าข้างต้นว่า
แนวคิดนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการสร้าง “ความภักดี” (loyalty) ที่มีต่อแบรนด์ ผนวกกับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี กับอีกปัจจัยคือ “ความผูกพัน” (engagement) จนเกิดประสบการณ์ที่น่าจดจำ เกิดความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง พัฒนา และขยายขอบเขตของการรับรู้และมีส่วนร่วมแบรนด์นั้นไปยังผู้อื่น
เมื่อเรานำองค์ประกอบเหล่านี้มาร่วมประสานโดยอาศัยโมเดลทางการตลาด (marketing model) สองโมเดล คือ CRM (customer relationship management) และ CEM (customer experiential management) มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะสามารถสร้างขึ้นเป็นโมเดลของแฟนคลับ หรือ ERM (experiential relationship management)
CRM เป็นแนวคิดของการทำการตลาดโดยบริหารจัดการแบบ one-to-one marketing หรือจากในภาษาการตลาดก็คือ การทำการตลาด outside in นั่นเอง รูปแบบก็คือเจ้าของสินค้าจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและพฤติกรรมต่างๆ ของลูกค้าทั้งหมด แล้วนำมาวิเคราะห์และแปรผลออกมาเป็นกิจกรรมทางการตลาดเพื่อตอบสนองลูกค้าเป็นรายบุคคล และขยายสู่กิจกรรมการตลาดของลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่มีความชอบเหมือนกัน หรือร่วมกัน
ซึ่งกิจกรรมการตลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องคำนึงว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างประสบการณ์ ความรู้สึกนิยมชมชอบ ความผูกพันต่อแบรนด์นั้นๆ ให้ก่อเกิดขึ้นในใจลูกค้าให้ได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาข้อมูลทางสถิติที่เก็บมาจากกระบวนการ CRM ให้กลายเป็นข้อมูล เชิงคุณภาพ ทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก ความภูมิใจ ความผูกพันที่มีต่อแบรนด์
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นั้นจะได้มาจากการพูดคุย การสัมภาษณ์ การอ่านข้อคิดเห็นคำแนะนำติชมทั้งทางจดหมาย โทรศัพท์ หรือทางเว็บไซต์ที่ลูกค้ามีมาถึงเราและชุดข้อมูลเหล่านี้นั้นจะต้องถูกรวบรวมมาเพื่อผสมกับข้อมูลเชิงสถิติด้านพฤติกรรมการซื้อ และจัดออกมาเป็นกิจกรรมในลักษณะที่เรียกว่า “จัดของตรงใจผู้ซื้อ สร้างประสบการณ์ ความผูกพันกับลูกค้าได้ดั่งผู้ขาย”
องค์ประกอบข้างต้นจะพัฒนามาสู่รูปแบบการตลาดที่เรียกว่า ERM ซึ่งเป็นเสมือนรูปแบบการบริหารลูกค้าเพื่อให้ เกิดประสบการณ์ที่ดี สร้างความผูกพันกับแบรนด์โดยไม่เน้นเฉพาะความสามารถของสินค้า แต่เพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์นั้นด้วยความรู้สึกที่ดี สร้างประสบการณ์ ความรักความผูกพัน และการเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์นั้นๆ และจะนำไปสู่การสร้างเป็นกลยุทธ์การตลาดแฟนคลับให้กับสินค้าและบริการขององค์กรในที่สุด